เวิลด์แบงก์ยันศก.โลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว
กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)
เวิลด์แบงก์ยืนยันเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ระบุผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดปีนี้เศรษฐกิจโลกติดลบ 2.9% ปี"53 พลิกกลับมาเป็นบวก 2%
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะหดตัว 2.9% และจะขยายตัวเป็นบวก 2% ในปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 1.8% ในไตรมาส 4 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2552 จะติดลบ 2.7%
"หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนแปลงไป การบริโภคของสหรัฐจะลดลง การแข่งขันทางการค้าจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าส่งออกของไทยลดลง"
นอกจากนี้ สภาพคล่องของโลกจะเพิ่มขึ้นตามการออมที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนมาสู่ภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้นและทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
03 สิงหาคม 2552
เวิลด์แบงก์ยันศก.โลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว
โดย Mboy เวลา 09:43 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: เศรษฐกิจไทย, เศรษฐกิจโลก
คาดตัวเลขว่างงานสหรัฐ เดือนก.ค.ลดลง
นักวิเคราะห์คาดตัวเลขว่างงานสหรัฐ
เดือนก.ค.ลดลง 325,000 ตำแหน่ง
นักวิเคราะห์ที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กสำรวจความคิดเห็น คาดการณ์ว่า ตัวเลขว่างงานนอกภาคการเกษตรา (nonfarm payroll) ประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐ จะลดลงในอัตราที่ช้าลง หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลงน้อยเกินคาดในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงของสหรัฐใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.จะลดลง 325,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการลดลงในอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่ทรุดตัวลง 467,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนดังกล่าวจะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปีที่ 9.6%
คอนราด เดอควาดอส หัวหน้านักวิเคราะห์จาก RDQ Economics ในกรุงนิวยอร์ก กล่าวว่า "ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.ของสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวในอัตราที่ช้าลง หลังจากทางการสหรัฐเผยจีดีพีไตรมาส 2 ของสหรัฐหดตัวลงในอัตรา 1%ต่อปี น้อยกว่าที่คาดว่าจะหดตัว 1.5% นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของสหรัฐ ใกล้จะสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนที่ลดการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสายการบินยูเอส แอร์เวย์ส กรุ๊ป จะส่งผลให้อัตราว่างงานในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปีที่ระดับ 9.6% ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์ว่าอัตราว่างงานของสหรัฐจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 10% ในเร็วๆนี้
โดย Mboy เวลา 09:42 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: เศรษฐกิจสหรัฐ
ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้
ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้
ยังมีให้ลุ้นต่อกับผลประกอบการไตรมาสที่2รายวัน ซึ่งมีผลอย่างมากต่อทิศทางหุ้น
บริษัทที่ยังไม่ได้ประกาศ อาทิบริษัท โบอิ้ง โค, อเมซอน ดอทคอม อิงค์, แอปเปิ้ล อิงค์
, โคคา-โคลา, อีเบย์ อิงค์ และ เปปซี่ โค
เช่นกันนักลงทุนยังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้...
เริ่มจาก วันจันทร์ ลุ้นกับยอดขายรถและดัชนีภาคการผลิต
ถัดไป วันอังคาร ประกาศรายรับเฉลี่ยบุคคลและยอดขายบ้าน
วันพุธ กระทรวงพลังงานจะปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และอื่นๆมากมาย
วันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยยอดชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ส่วนวันศุกร์ สำคัญมากกับตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.!!
โดย Mboy เวลา 09:41 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: เศรษฐกิจสหรัฐ
ทิศทางหุ้น 03/08/52
ทิศทางหุ้น 03/08/52
ภาวะการซื้อขายหุ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีปิดที่ 624.00 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 1.59% จาก 614.24 จุดในสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์อยู่ที่ 93,768.28 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 7,238.70 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 3,976.60 ล้านบาท และ 3,262.10 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 187.31 จุด
สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (3-7 ส.ค. 52) ดัชนีผันผวน แม้การรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2552 ของบริษัทจดทะเบียนจะเป็นบวกต่อตลาด แต่นักลงทุนอาจขายทำกำไร โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯและจีน
ทั้งนี้ คาดว่า ดัชนีมีแนวรับที่ 618 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าอยู่ที่ 640 จุด
ภาวะตลาดเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังทรงตัว ทั้งนี้ ดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน หนาแน่นตลอดทั้งสัปดาห์ที่ 1.15% เงินบาทในประเทศ (Onshore) อ่อนค่ากว่าระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
แม้มีแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯในช่วงต้นสัปดาห์ แต่สุดสัปดาห์เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ 34.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ โดยเงินเยนในวันศุกร์ ปรับอยู่ที่ 95.67 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินยูโรผันผวนในทิศทางที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ โดยในวันศุกร์ เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ 1.4148.
โดย Mboy เวลา 09:39 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
30 กรกฎาคม 2552
เกาะกระดานหุ้น
เกาะกระดานหุ้น
@ วานนี้ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จัดงานแถลงข่าวผลประกอบการ งวดครึ่งปีแรก ปรากฏว่ามีมาตรการป้องกันไข้หวัด 2009 อย่างเข้มงวด โดยผู้ที่จะเข้าร่วมงานแถลงข่าวทั้งผู้บริหาร พนักงาน และสื่อมวลชนจะต้องถูกสแกนอุณหภูมิก่อนเข้างาน หากใครมีอุณหภูมิเกินระดับ 37.8 องศาเซลเซียส จะต้องนำตัวไปถูกกักบริเวณในห้องพยาบาล พอตอนแถลงข่าว มีการแจ้งผลการสแกนด้วยว่า ไม่มีใครที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่าระดับปกติ โดยเฉพาะ "กานต์ ตระกูลฮุน" บิ๊กบอสใหญ่ ประกาศบนฟลอร์แถลงข่าวว่า ตัวเองอุณหภูมิระดับ 36 องศาเซลเซียส แถมเปรยออกมาอีกว่า "สงสัยจะเป็นคนเลือดเย็น" งานนี้ไม่รู้ว่าจะส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ใครถือหุ้นปูนใหญ่ เพื่อหวังรับเงินปันผลละก็ ปีนี้ต้องทำใจ เพราะครึ่งปีแรกจ่ายลงจากปีก่อนเกือบ 40% แล้วทั้งปีจะเหลือเท่าใดเดาเอาเอง
@ หุ้นนวลิสซิ่ง (NVL) วิ่งแรงมาเกือบสัปดาห์ วอลุ่มเริ่มแน่นเรื่อยๆ โดยเฉพาะล่าสุดปิดตลาดที่ราคา 0.50 บาทเพิ่มขึ้น 0.11 บาท คิดเป็น 28.21% มูลค่ารวม 30.73 ล้านบาท ปรากฏว่ากระแสข่าวลือแบงก์อิสลามจะส่งลูกหนี้เอ็นพีแอลให้บริหาร ขณะที่มีแหล่งข่าวบริษัทออกมายอมรับผ่านสื่อว่า เป็นเรื่องจริง จะสรุปได้ภายในปีนี้ แถมด้วยการคาดการณ์ปีนี้ว่าจะพลิกเป็นกำไรได้จากปีก่อนที่มีขาดทุน 120 ล้านบาท โอ้โฮ งานนี้จับตาดูกันให้ดี ตลาดจะให้ชี้แจงเพิ่มเติมหรือเปล่า เพราะช่วงนี้เห็นเข้มงวด และมี บจ.ต้องแก้ข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เอ้าใครคิดจะร่วมเก็งกำไรระวังเจอทางการเบรกหัวทิ่มไม่รู้ตัว แล้วจะหาว่าไม่เตือน
@ ราคาเทรดวันแรกของหุ้นเสนา (SENA) ไม่ประทับใจเท่าไร โดยปิดวานนี้ 2 บาท จากราคาไอพีโอ 1.98 บาท เพิ่มขึ้น 1.01% เท่านั้น วอลุ่ม 461 ล้านบาท ซึ่งไม่ติด TOP 10 กระดาน MOST VALUE ด้วยซ้ำ นักลงทุนเห็นความเคลื่อนไหวราคาเทรดวันแรกแล้วรู้สึกเป็นห่วง และมองข้ามชอตไปแล้วว่า ถึงเวลาแล้วที่บล.กิมเอ็งในฐานะแกนนำจัดจำหน่ายจะใช้กรีนชูมาพยุงราคาหุ้นไม่ให้ต่ำกว่าราคาจอง
แต่ "มนตรี ศรไพศาล" ก็ออกโรงชี้แจงแล้วว่า ยังไม่ได้ใช้กรีนชู 25 ล้านหุ้น เนื่องจากราคาต่ำสุดของ SENA อยู่เพียง 1.99 บาท ตามนโยบายแล้วจะนำกรีนชูมาใช้ก็ต่อเมื่อหุ้นลงไปต่ำกว่าราคาจองที่ 1.98 บาท เท่านั้น... ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องจับตาดูกันวันนี้ว่า ภาพรวมตลาดจะฉุดราคาหุ้น SENA ให้ต่ำจองหรือไม่
@ มีโอกาสพบปะ "ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล" บิ๊กบอส บางจากปิโตรเลียม (BCP) ก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงราคาหุ้นว่าคิดเห็นอย่างไรกับราคาหุ้นปัจจุบัน ซึ่ง ดร.อนุสรณ์ ก็ยอมรับว่า ราคาหุ้นระดับนี้ ยังต่ำกว่าราคาพื้นฐานทางบัญชีที่ระดับ 17.62 บาท (ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2552) แต่บริษัทไม่มีนโยบายเข้าไปทำราคาหุ้น จะมีก็แค่แจกแจงว่าหุ้นโรงกลั่นอย่าง BCP ไม่ได้รับ
โดย Mboy เวลา 09:12 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น
TOP-PTTCH เด่น
| พลังงานหุ้น TOP-PTTCH เด่น |
| รายงานโดย :สถาบันวิจัยนครหลวงไทย: |
นักวิเคราะห์สถาบันวิจัยนครหลวงไทยยังให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานปกติ และระมัดระวังลงทุนหุ้นปิโตรเคมี
โดยมีหุ้นบริษัท ไทยออยล์ (TOP) และหุ้นบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) เป็นหุ้นเด่น โดยมีจุดขายควบรวมกิจการในครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าการรวมกิจการจะเป็นจุดขายในช่วงครึ่งปีหลังของกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มปิโตรเคมี
ทั้งนี้ ได้ประเมินแนวทางในการควบรวมกิจการ 6 รูปแบบจับคู่ควบรวม 2 บริษัท 5 รูปแบบ (จับคู่ 6 รูปแบบ แต่ตัดคู่ TOP และPTTCH) ออกไป เพราะคาดว่าไม่มีการผนึกกิจการเชิงกลยุทธ์ และเป็นการควบรวมกิจการ 4 บริษัทอีก 1 แบบ
การประเมินการผนึกกิจการเชิงกลยุทธ์ของการควบรวมครั้งละ 2 บริษัท ระหว่าง TOP กับบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) และบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) และ IRPC มีแนวโน้มเป็นการผลึกเชิงกลยุทธ์มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับการควบรวมครั้งเดียว 4 บริษัท จะมีการผนึกเชิงกลยุทธ์สูงสุดในทุกรูปแบบ เนื่องจากรวมกลยุทธ์ของแต่ละคู่ไว้ด้วยกันทั้งหมด แต่ปัญหาสำคัญคือมีความซับซ้อนมากกว่าวิธีอื่น และยากในการดำเนินการในเวลาระยะสั้นซึ่งสถาบันวิจัยนครหลวงไทยเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการในรูปแบบการจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน (Holding Company) แล้วทยอยควบรวมภายในอนาคต
จากการศึกษาควบรวมกิจการครั้งละ 2 บริษัท และครั้งเดียว 4 บริษัท ในเชิงความน่าสนใจการลงทุนควบรวม 4 บริษัท จะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ในตลาดหุ้นไทย ขณะที่เทียบตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกการควบรวม 4 บริษัท จะทำให้ขนาดรายได้ติดอันดับ 297 หากเทียบการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์จูนปี 2552 และเป็นอันดับ 4 ในอุตสาหกรรมโรงกลั่นและเคมีภัณฑ์

ทั้งนี้ หากรวมกำลังการผลิตของ PTTAR ที่ขยายไปในปี 2552 และ PTTCH ที่ขยายไปถึงปี 2553 คาดว่าจะขึ้นติดอันดับ 1 ใน 3 ได้ตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้
ผู้บริหารบริษัท ปตท. (PTT) บริษัทแม่ของธุรกิจข้างต้นตั้งใจจะคงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทลูกทั้ง 4 บริษัทไว้ในระดับเดิม ดังนั้นสถาบันวิจัยนครหลวงไทยคาดว่าการควบรวมมีโอกาสเกิดขึ้นโดยการควบรวมจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่แล้วกำหนดอัตราแลกหุ้นระหว่างกัน (Amalgamation) ทั้งนี้การกำหนดสัดส่วนในการแลกหุ้นจะถือเป็นประเด็นสำคัญที่กำหนดความน่าสนใจของหุ้น
สถาบันวิจัยนครหลวงไทยคาดว่าการกำหนดอัตราแลกหุ้นในกรณีของการรวมกันของ 4 บริษัท จากการศึกษาการกำหนดสัดส่วนการแลกหุ้นในกรณี Amalga mation ระหว่างบริษัท อะโรเมติกส์ (ประเทศไทย) หรือ ATC และบริษัท โรงกลั่นระยอง (RRC) ครั้งที่ผ่านมา โดยอิงจากการพิจารณา 3 วิธีหลักได้แก่ส่วนลดกระแสเงินสด วิธีการตลาดย้อนหลัง และวิธีเปรียบราคาตลาดซึ่งอิง 3 วิธี สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ราคาต่อมูลค่าบัญชี (พีบีวี) มูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา

ทั้งนี้ TOP มีอัตราส่วนแลกหุ้นดีที่สุดจาก 4 ใน 5 วิธี ขณะที่PTTCH มีอัตราส่วนแลกหุ้นดีที่สุดใน 1 วิธี พิจารณาจากสัดส่วนราคาต่อมูลค่าบัญชี การประเมิน 2 ใน 4 วิธีคือ กระแสเงินสดและมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา อิงกระแสเงินสดแล้ว TOP ได้เปรียบเพราะเงินสดแข็งแกร่ง จึงคงน้ำหนักซื้อเก็งกำไร TOP ให้มูลค่าเหมาะสมอิงส่วนลดกระแสเงินสด54 บาท PTTCH อิงส่วนลดกระแสเงินสด ให้ราคาเหมาะสม 55 บาท
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาวัตถุดิบแนฟทาเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 6.6%จากสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 579 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบ ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีส่วนใหญ่ ทรงตัว ดังนั้นในสัปดาห์ที่ผ่าน มาส่วนต่างราคาปิโตรเคมีส่วนใหญ่ทั้งสายอะโรเมติกส์และ โอเลฟินส์ปรับลดลง โดยส่วนต่างราคาพาราไซลีน-แนฟทา และเบนซีน-แนฟทา ลดลง 3.1% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และ 13.3% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วนต่างราคา HDPE-แนฟทา และเอทิลีน- แนฟทา ลดลง 7.7% จากสัปดาห์ ก่อนหน้า และ 11.7% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
โดย Mboy เวลา 09:09 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น, บทความหุ้น, หุ้น
