03 เมษายน 2552

เชื่อดัชนีหุ้นไทยไม่ผ่าน 480 จุด

บล. ธนชาตยังแนะนำให้ขายทำกำไร เชื่อดัชนีหุ้นไทยไม่ผ่าน 480 จุด

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในวันนี้แม้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้สูงสุดในรอบสัปดาห์ แต่ก็ถือว่าปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค เนื่องจากยังมีปัจจัยการเมืองกดดัน แต่ก็สามารถยืนเหนือระดับแนวต้านที่ 436 ไปได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากดัชนีสามารถปรับเพิ่มขึ้นทะลุแนวต้านถัดไปที่ 444 จุด ได้ ก็เชื่อว่าจะไม่น่าจะผ่าน 480 จุดไปได้อย่างแน่นอน เพราะยังมีข่าวร้ายรออยู่ ทั้ง ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐฯ ตลอดจนปัญหาการชุมนุมในประเทศที่อาจยืดเยื้อต่อไป เข้ามากดดันในระยะยาว จึงแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรในกรณีที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาก

ส่วนข่าวสถาบันการเงินสหรัฐฯที่มีแนวโน้มดีขึ้น ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯหลายตัวที่ดีเกินคาด อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ของไทยปรับเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน


ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับสูงสุดของวันที่ 442.96 จุด เพิ่มขึ้น 12.87 จุด หรือ 2.99% มาอยู่ที่ 15,521.77 ล้านบาท

- นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 488.03 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 915.65 ล้านบาท
- นักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ 1,403.68 ล้านบาท


- Money Channel โดยวาสิฏฐี อนุกูล Email: wasittee@set.or.th

ฝรั่งซื้อแบงก์!!

ฝรั่งซื้อแบงก์!!
[3 เม.ย. 52 - 02:33]


ดัชนีหุ้นวันที่ 2 เม.ย. 52 ปิดที่ 442.96 จุด เพิ่มขึ้น 12.87 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 15,521.77 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 916.98 ล้านบาท

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.บัวหลวง หุ้นไทยปิดบวกได้ โดยมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นในหุ้นแบงก์หลังมีข่าวสถาบันจัดอันดับความน่า เชื่อถือ เตรียมที่จะปรับอันดับความเชื่อถือของกลุ่มประเทศในภูมิภาครวมทั้งไทย จากเดิมที่อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ที่ Negative มาเป็น Stable ซึ่งหากมีการปรับอันดับครั้งนี้จะเป็นผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มแบงก์

ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ยังปรับขึ้นแรงด้วย โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีขึ้น ทำให้เริ่มมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัวได้ช่วยหนุนตลาดหุ้น ทั่วโลก แต่หุ้นไทยขึ้นไม่แรงเท่าต่างประเทศเพราะถูกปัจจัยการเมืองกดดัน

มองแนวโน้มตลาดคาดว่า น่าจะไปได้ต่อหลังดัชนียืนเหนือระดับ 440 จุดได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี และพบว่ามีหลายสำนักวิเคราะห์โดยเฉพาะโบรกฯต่างชาติที่แนะให้ลูกค้าเข้าไป ซื้อหุ้น ประกอบกับพบว่ามีสัญญาณการแข็งขึ้นของค่าเงินบาท สะท้อนภาพเงินทุนไหลเข้า

แนะกลยุทธ์การลงทุนให้หาจังหวะเก็บหุ้นอสังหาฯและพลังงาน เช่น PTT และ TOP ด้านเทคนิคให้แนวต้านดัชนีไว้ที่ 440-450 จุด

ปิดท้าย ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการ บล.ซิตี้ คอร์ป (ประเทศไทย) เตือนว่า การกลับมาลงทุนของต่างชาติในขณะนี้นั้น ยังไม่เห็นสัญญาณที่เป็นบวกชัดเจน แม้เดือนมีนาคมที่ผ่านต่างชาติ จะกลับมาซื้อสุทธิ แต่เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค

และการเข้าซื้อดังกล่าวมาจากกองทุนต่างชาติที่จำเป็นต้องถือหุ้นในไทยเพื่อ ปรับพอร์ต โดยจะมีการเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัวที่มีพื้นฐานดี!!


อินเด็กซ์ 51


02 เมษายน 2552

ขนส่ง-ท่องเที่ยว คึกครื้นรับสงกรานต์ AOT แรงรับยอดใช้สนามบินพุ่ง

AOT-THAI จุดพลุหุ้นขนส่ง โรงแรม ค้าปลีก คึกคักรับเทศกาลสงกรานต์
13 - 15 เม.ย.นี้ หลังคาดได้ประโยชน์เต็มๆ กูรูชี้เป็นผลบวกจิตวิทยาลงทุนดันราคาหุ้นซู่ซ่า แนะลุยได้เต็มสปีด ยกนิ้ว AOT-CPALL-CPN เจ๋ง

ก้าวย่างเข้าสู่เดือนเมษายน นับถอยหลังไม่กี่วันก็ถึงเทศกาลมหาสงกรานต์ ถึงคราวที่นักลงทุนต้องพักเบรกชั่วคราวจากตลาดหุ้นในช่วงปิดทำการวันหยุด ดัชนีตลาดหุ้นตั้งแต่ห้วงต้นเดือนเมษายนนี้จึงไม่มีท่าทีคึกคักเท่าไหร่นัก ขณะที่ปริมาณการซื้อขายยังคงบางเบาโดยคาดว่าจะต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อวัน แต่ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยที่เงียบเหงา ยังพบว่าราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง และท่องเที่ยวกลับโลดแล่นโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนรับกระแสเทศกาลท่องเที่ยวสงกรานต์ 13 - 15 เมษายนนี้

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ซึ่งเป็นสายการบินของประเทศ ที่มักได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ที่ใช้ในการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนหนาแน่นจนราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาปิดวันที่ 30 มีนาคม 2552 อยู่ที่ 8.60 บาท จากนั้นปรับเพิ่มสูงสุดถึงการซื้อขายวานนี้ (1 เมษายน 2552) ที่ 10.20 บาท ก่อนมาปิดที่ 9.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 3.14% มูลค่าการซื้อขาย 274.30 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท อากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ผู้ประกอบการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็คึกคักทิศทางเดียวกัน หลังล่าสุดย้ายเที่ยวบินในประเทศกลับไปยังท่าอาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมาทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง ประกอบการมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล ทำให้ยอดการใช้สนามบินเพิ่มมากขึ้น โดยราคาหุ้น AOT วานนี้ ขึ้นไปสูงสุดที่ 17.40 บาท ก่อนมาปิดที่ 17 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 6.25% มูลค่าการซื้อขาย 274.30 ล้านบาท

ส่วนหุ้นบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ในฐานะผู้ให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงสายการบินก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากได้อานิสงส์จากปริมาณเติมน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยราคาวานนี้ปิดที่ 5.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.78% มูลค่าการซื้อขาย 1.19 ล้านบาท

นอกจากนี้ หุ้นที่เกี่ยวกับโรงแรม ค้าปลีก และสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงิน และที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ก็ได้รับผลดีตามไปด้วย อาทิ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC และบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS

ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวและมีแนวโน้มปลดพนักงานโรงแรมลงตามวิกฤษเศรษฐกิจซบ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นกับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่าอัตราการเข้าพักโรงแรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ส่วนใหญ่เต็มแล้ว เนื่องจากมีการจองห้องพักล่วงหน้า หลังมีการออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว และแคมเปญกระตุ้นยอดขายต่างๆ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายค่ายยังมีมุมมองที่ดีสำหรับการลงทุนในหุ้นกลุ่มคมนาคมขนส่ง ท่องเที่ยว และค้าปลีก เนื่องจากมีจิตวิทยาลงทุนโดยตรง หลังคาดว่าจะได้ประโยชน์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และดันให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น

ที่มา :efinancethai.com

G20 เปิดฉากการประชุม

G20 เปิดฉากการประชุมที่ลอนดอนวันนี้ขณะมีสัญญาณชี้ศก.โลกเริ่มมีเสถียรภาพ

IQ ข่าวเศรษฐกิจ 02/04/2009 09:19:00

ผู้นำจากประเทศสมาชิก G20 ประชุมร่วมกันในวันนี้ ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มมีเสถียรภาพหลังจากที่ทรุดหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

โดยมีรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดขายบ้านในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในเดือนก.พ. ในขณะที่การลงทุนในชุมชนเมืองของจีนก็ขยายตัวกว่า 26.5% ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีเดือนมี.ค.ก็พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปี 2550 และดัชนี S&P 500 ก็ทะยานมากสุดในรอบ 7 ปีในเดือนมี.ค.

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบหลายอย่างที่ต้องระวังอย่างเรื่องแรงงาน โดยธนาคารโลกออกมาเตือนว่าอาจเกิด "วิกฤตว่างงาน" ทั่วโลก ในขณะที่อัตราว่างงานในสหรัฐอาจพุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปีในการเปิดเผยรายงานวันพรุ่งนี้

หน้าที่ของกลุ่ม G20 คือ การหนุนให้ปัจจัยบวกเหล่านั้นให้เป็นกุญแจหลักที่ช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้จริง

"หากดูจากสถานการณ์ในอดีต ตลาดหุ้นจะดีดตัวขึ้นก่อนที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว" อลาสแตร์ นิวตัน นักวิเคราะห์การเมืองจากบริษัท โนมูระ อินเตอร์เนชั่นแนล และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษ กล่าว "แต่ในเมื่ออัตราว่างงานยังน่าเป็นห่วง กลุ่มผู้นำ G20 คงต้องถูกกดดันให้พยายามแก้ปัญหาต่อไป"

ทั้งนี้ กลุ่ม G20 ซึ่งมีสัดส่วนเศรษฐกิจกว่า 85% ของเศรษฐกิจโลก กำลังประชุมร่วมกันเพื่อหาทางแก้วิกฤตเศรษฐกิจ โดยทางกลุ่มมีกำหนดจัดการแถลงข่าวในเวลาประมาณ 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน

เจาะข่าวเล่าหุ้น

คอลัมน์ : เจาะข่าวเล่าหุ้น

ที่มา : รณกฤต สารินวงศ์ 02/04/2009 09:09:54

นอกจากปัจจจัยเดิมแล้ว ยังมีปัจจัยใหม่อีกด้วย เด็กแนวเคยเกริ่นหลายครั้งว่า การออกหุ้นกู้หรือพันธบัตรในปี 52 นี้มีหลายแสนล้านว่าไปแล้วก็อาจจะถึง 3 แสนล้านบาทเลยก็ว่าได้ และมีผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากหลายเท่านัก ซึ่งในขณะที่ตลาดหุ้นผันผวน นักลงทุนจะนำเงินไปใส่ตลาดพันธบัตรแทน และส่งผลให้การลงทุนในหุ้นน้อยลงนี่คือปัจจัยที่ต้องให้ความสนใจ และเมื่อวานนี้ พี่ PTTEP ประกาศออกหุ้นกู้ราว 2-3 หมื่นล้านบาทเพื่อไปซื้อหลุมก๊าซใหม่ในต่างประเทศ ทำให้เกิดแรงขายของหุ้นออกมาและดึงเอา SET ถลาลงตามอย่างเห็นได้ชัด นักลงทุนที่ไม่ได้ตามข่าวก็น่าเสียดาย และมัวแต่งุนงง ว่าทำไมพี่เทพถึงทิ้งตัวไม่สนใจหัวกับไส้เลย แต่ถ้าได้ตามข่าวนี้ตั้งแต่เช้าก็จะเข้าใจทุกประการ ว่าไปแล้วไม่ได้เป็นปัจจัยลบกับบริษัทเพราะ ทำให้หนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมีเงินไปต่อยอดธุรกิจในอนาคต เพียงแต่นักลงทุนกังวลว่าแล้วภาวะแบบนี้บริษัทต่อไปจะชำระหนี้ได้ไม๊ และเมื่อออกหุ้นกู้ก็เหมือนเป็นการดึงเงินออกไปอีกแล้ว จึงส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมจึงสวนทางรอบบ้านปานชะนี้แล

.....เอาล่ะ มาดู up date ดูเรื่องเศรษฐกิจตกสะเก็จกันหน่อยนะ ว่า IMF เค๊ามองอย่างไรล่าสุด .... นายโดมินิก สเตราส์-คาห์น ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ให้สัมภาษณ์ในวันนี้ว่า ไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง0.5-1.0 % ในปีนี้ และการฟื้นตัวอาจเกิดขึ้นในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2010 "ถ้านโยบายเศรษฐกิจมีความเหมาะสม ก็อาจจะมีการฟื้นตัวขึ้นใน 2 ไตรมาสแรกของปี 2010" เขากล่าวกับนสพ.เอล ปาอิสของสเปน ....อืม แค่รอมาสามเดือนก็จะแย่แล้ว นี่พี่บอกว่ารอไปถึง 2010 โน่นเลย กลุ้มจริงๆ มาหาหุ้นร้อนเล่นกันดีกว่า อย่าไปสนใจ SET

TPOLY หลังจากที่พี่เจริญต้องเร่ร่อนออกจาก underwriter ชื่อก้องทำตัวน่ารักที่มีข่าวว่าทุบหุ้นพี่ทิ้งตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาด จากนั้นจนวันนี้ก็ไม่สามารถหาใครมาเป็นป้อเลี้ยงได้สักคน พี่เจริญคงเซ็งค์จึงหันมาเก็บหุ้นเองเป็นแน่ เพราะดูราคาแถว 1.7 บาทมีเงินดูดทยอยรับไว้ตลอดอย่างบอกไม่ถูก และทำท่าว่าของจะแห้ง เมื่อวานจึงอาจจะเป็นการ test ระบบ โดยไล่ขึ้นไปดูซิว่ามีใครแหย่ขายอีกหรือไม่ ถ้าเบาก็ไปโลด ถ้าหนักก็ทุบทิ้งกดกันต่อไปเอาให้เข็ดไปเลยอยากขายกันดีนัก แต่ดูไปดูมาเด็กแนวมองเป็นเชิงบวก เพราะหลังสงกรานต์พี่จะเตรียมจ่ายปันผล 10 ตังค์ และเตรียมรับงานมูลค่าหลายพันล้านบาท แถมอาจจะมีจับมือกะพาร์ทเนอร์ร่วมงานกัน เป็นสามเด้งของข่าวดี มิน่าล่ะเมื่อวานแรงดีทีเดียว วันนี้สงสัยเปิดโดด ถ้าผ่าน 1.80 ได้อย่างแข็งแรง มีโอกาสยกฐานแหง๋มๆ สาธุ โอมมมพรวดดดด นู๋ไม่มีเงิน ขอเอาใจช่วยก็แล้วกัน ขาดทุนนั้นไม่เกี่ยวแต่ถ้ามีกำไรขอเอี่ยวด้วยนะคร๊าบบบบ

หุ้นแอบชอบ SH สังเกตในช่วงนี้มีหุ้นหลายๆ ตัวที่แทบไม่ปรากฏชื่อ แต่โผล่ขึ้นมาชนซิลลิ่งไม่เว้นแต่ละวัน แถมกระโดดทีละหลายลิ่งอีกตะหาก ใครเป็นแฟนประจำช่วง 2 week ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าหุ้นไม้หนึ่งที่ท่านๆ ได้กันไปนั้นตอนนี้แรงไปถึงไหนๆ แล้วไม่ว่าจะเป็น cawow, ties, ynp, apure และเด็กแนวกำลังมองว่าม้าน้ำน่าจะเป็นรายต่อไปที่จะกระตุกเล่นเอามันโดยไม่ต้องเริ่มจาก story อะไร จนกว่าราคาจะขึ้นแรงแล้วมีคนมาเติมสีใส่ไข่ให้ทีหลัง แต่ตอนนี้เก็งตามกราฟแอบชอบไม่ก่อน ถ้าไม่ดีก็หนีให้ทันแค่นั้นพอ แนวต้านเทคนิค 55 ตังค์ น่าสนใจ

…..วันนี้เด็กแนวขอให้หุ้นน้อยกว่าทุกวัน เพราะเท่าที่ดูหุ้นช่วงนี้เริ่มวิ่งวนในวงที่แคบลงๆ ซึ่งทำให้ต้องรอกระแสใหม่ๆ จากหุ้นใหม่ๆ เพียงแต่รอทิศทางหุ้นบางตัวให้ใสกว่านี้ก่อนจึงค่อยมาบอกกล่าวกัน ตอนนี้เก็งกำไรเบาๆ หุ้น 2 ตัวไปก่อนคร๊าบ ขอให้รวยยยย..... ท่านสามารถส่งคำถาม คำแนะนำมายัง email : ronnakritsa@asl.co.th

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 G20

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำผู้นำจี 20



ลอนดอน 2 เม.ย. - บรรดาผู้นำกลุ่มประเทศจี 20 พร้อมคู่สมรส เดินทางไปร่วมงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซา เบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงเป็นเจ้าภาพ ที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ และนางมิเชล โอบามา ภริยา เป็นผู้นำกลุ่มประเทศจี 20 คนแรกที่เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ และเจ้าชายฟิลลิป พระสวามี ที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม ก่อนร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง ถือเป็นครั้งแรกของผู้นำสหรัฐที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิ ซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษด้วย

นอกจากนี้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ และพระสวามี ยังทรงให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทย ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ของอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ผู้นำฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี นายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ผู้นำออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลี และนายกรัฐมนตรีทาโร อาโซะ ผู้นำญี่ปุ่น

ที่มา:นักข่าวไทย

Template by - Abdul Munir | Blogging4