22 กรกฎาคม 2552

แนวโน้มปรับฐาน ขายทำกำไรบ้าง

แนวโน้มปรับฐาน ขายทำกำไรบ้าง


สภาพตลาดวันวาน :
ภาคเช้า : การปรับลงของดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า และตลาดหุ้นในภูมิภาคบางแห่ง ทำให้มีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มหลักออกมาบ้าง ในช่วงเริ่มเปิดซื้อขาย ส่งผลให้ดัชนีเปิดลดลงบ้างเล็กน้อย ก่อนที่จะผันผวนในกรอบ 610-616 จุด ในช่วง 30 นาทีแรก


หลังจากนั้นจึงมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มหลักกลับเข้ามาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน หนุนให้ดัชนีแกว่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 618 จุด จากนั้นจึงมีแรงขายทำกำไร กดดันให้ดัชนีปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 612 จุดอีกครั้ง และปิดภาคเช้าที่ 613 จุด ลดลงจากวันก่อน 0.63 จุด โดยมีปริมาณซื้อขายค่อนข้างหนาแน่นเกือบ 1.3 หมื่นล้านบาท


ภาคบ่าย : บรรยากาศการซื้อขายยังคงผันผวนต่อเนื่องจากภาคเช้า แรงกดดันจากการปรับฐานของตลาดหุ้นหลักๆ ในเอเชีย รวมทั้งการลดลงเล็กน้อยของดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า และราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า ส่งผลให้มีแรงขายหุ้นกลุ่มหลักออกมาบ้างในช่วง 15 นาทีแรก ทำให้ดัชนีลดลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 610 จุดอีกครั้ง ก่อนที่จะมีแรงซื้อเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีกระเตื้องขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 615 จุดได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าช่วง 1 ชั่วโมงสุดท้ายได้มีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มหลักออกมาอย่างต่อเนื่อง กดดันให้ดัชนีอ่อนตัวลงจนมาปิดตลาดที่ 609.83 จุด ลดลง 3.84 จุด (-0.63%) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวัน โดยมีปริมาณซื้อขายลดลงเหลือ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่อง


แนวโน้มตลาด : ขึ้นอยู่กับผลกระทบจากปัจจัยสำคัญ ต่อไปนี้

1.ทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังจากดัชนีดาวโจนส์แกว่งตัวขึ้นติดต่อกัน 6 วันทำการ จากปัจจัยหนุนเรื่องผลประกอบการที่ดีเกินคาดของกลุ่มหลักๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มเทคโนโลยี ในระยะสั้นตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดแกนนำ อาจจะมีแนวโน้มปรับฐานบ้าง จากการขายทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุนบางกลุ่ม เพื่อรอดูสัญญาณแนวโน้มทางเศรษฐกิจ และโอกาสในการยุติมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน จากคำแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ ที่จะมีต่อสภาคองเกรส ในช่วงวันที่ 21-22 ก.ค. นี้ ซึ่งคงจะส่งผลกระทบทำให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับฐานตามบ้างเช่นกัน

2.ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ เช่นเดียวกับทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐ ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค.อาจจะปรับฐานบ้าง ก่อนที่จะครบกำหนดส่งมอบในวันอังคารที่ 21 ก.ค. หลังจากแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง 4 วันทำการ ตามแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และการแกว่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ ในขณะที่ปริมาณสต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ทั้งน้ำมันเบนซิน และน้ำมันกลั่น ในสัปดาห์ที่ผ่านมาของสหรัฐ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจจะเป็นปัจจัยกดดันให้มีแรงขายทำกำไรสัญญาส่งมอบน้ำมันดิบออกมาบ้างเช่นกัน

3.ปัจจัยในประเทศ ตลาดหุ้นไทยได้ตอบรับปัจจัยบวกต่างๆ ไปพอสมควรแล้ว ไม่ว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2552 ที่ดีเกินคาดของกลุ่มธนาคาร ความสงบเรียบร้อยในการจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ภูเก็ต รวมทั้งตัวเลขการส่งออกเดือน มิ.ย.ที่กระเตื้องขึ้นจากเดือนก่อน แม้ว่าจะลดลงจากเดือน มิ.ย.ปีก่อน ส่งผลทำให้ดุลการค้ายังคงมียอดเกินดุลต่อเนื่อง โดยมียอดเกินดุลถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วง ม.ค.-มิ.ย.2552 ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจึงมีแนวโน้มจะปรับฐานบ้าง ก่อนจะมีการเริ่มประกาศผลประกอบการของกลุ่มพลังงาน และ ปิโตรเคมี ในสัปดาห์หน้า

จากปัจจัยข้างต้น คาดว่าตลาดหุ้นวันนี้ยังคงมีแนวโน้มปรับฐานต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า รวมถึงแรงขายทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุนประเภทสถาบัน

คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวผันผวนภายในกรอบแนวรับ 597-600 จุด กับแนวต้าน 615-618 จุด

นักลงทุนระยะสั้น - แกว่งขึ้น ขายทำกำไรบ้าง รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลักที่แนวรับ
นักลงทุนระยะยาว - ถือต่อ หรือ Short Port บ้าง หากดัชนีไม่ผ่านแนวต้าน

โกสินทร์ ศรีไพบูลย์



0 ความคิดเห็น:

Template by - Abdul Munir | Blogging4