ตลาดหุ้นจีนสไตล์แนสแด็ค
มีไว้ให้นักลงทุนที่มีประสบการณ์เท่านั้น
เซี่ยงไฮ้ 9 มิ.ย.- จีนเตรียมเปิดตลาดหุ้นแห่งใหม่ที่มีรูปแบบการซื้อขายหุ้นคล้ายตลาดแนสแด็คในสหรัฐ แต่จะเปิดรับเฉพาะนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการซื้อขายหุ้นอย่างต่ำ 2 ปีขึ้นไป
คณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน เป็นผู้ร่างกฎระเบียบดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นว่า ตลาดหุ้นที่ตั้งขึ้นใหม่เลียนแบบตลาดแนสแด็คในสหรัฐ จะเต็มไปด้วยบริษัทที่เพิ่งตั้งกิจการแต่ขยายตัวอย่างรวดเร็วเข้ามาจดทะเบียนระดมทุนในตลาดหุ้น ถือเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงสูง จึงไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่รับความเสี่ยงได้น้อย
นอกจากนี้ การเปิดให้นักลงทุนที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความเสี่ยง หรือรองรับความเสี่ยงได้น้อยเข้ามาลงทุนซื้อขายหุ้นในตลาดมาก ๆ ท้ายสุด จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง ดังนั้น จึงต้องจำกัดให้เฉพาะนักลงทุนที่มีประสบการณ์อย่างต่ำ 2 ปีขึ้นไปเท่านั้น ให้เข้ามาซื้อขายหุ้นได้ แต่ถึงกระนั้น คณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน จะเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้ส่งความเห็นเข้ามาจนถึงวันที่ 23 เดือนนี้ ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับกฎระเบียบดังกล่าว
ตลาดหุ้นแห่งใหม่ที่เลียนแบบตลาดแนสแด็คในวอลล์สตรีทนี้ จะดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้น หวังส่งเสริมบริษัทที่เพิ่งตั้งกิจการ แต่มีศักยภาพในการขยายตัวสูง ให้สามารถระดมเงินทุนได้อย่างรวดเร็วผ่านตลาดหุ้น แต่ทางการจีนยังไม่ประกาศว่าตลาดหุ้นแห่งใหม่จะเริ่มเปิดการซื้อขายได้เมื่อใด
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
10 มิถุนายน 2552
ตลาดหุ้นจีนสไตล์แนสแด็ค
โดย Mboy เวลา 09:22 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก, ตลาดหุ้นไทย, เศรษฐกิจโลก
22 พฤษภาคม 2552
เทมาเส็กซื้อหุ้นแบงก์จีนเพิ่ม
เทมาเส็กทุ่ม 600 ล้านดอลล์ซื้อหุ้นแบงก์จีนเพิ่ม
เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ทุ่ม 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นไชน่า คอนสตรักชั่น แบงก์ (ซีซีบี)เพิ่ม
เอเอฟพีอ้างรายงานข่าวของสเตรทส์ ไทม์ส ว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของเทมาเส็กในซีซีบีเพิ่มจาก 6.0% เป็น 6.5% หรือ 14.3 พันล้านหุ้น
ขณะที่เทมาเส็กปฏิเสธที่จะยืนยันรายงานข่าวนี้ โดยระบุว่า ไม่เหมาะสมที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานที่ไม่ระบุแหล่งข่าว
ด้านแบงก์ ออฟ อเมริกา ได้ขายหุ้น 1 ใน 3 ที่ถืออยู่ในซีซีบีในราคา 7.3 พันล้านดอลลาร์ให้แก่กลุ่มทุน ซึ่งประกอบด้วยเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ โฮพู อินเวสเมนท์ แมเนจเมนท์ และไชน่า ไลฟ์ อินชัวแรนซ์ เพื่อระดมทุน
การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของเทมาเส็กในธนาคารจีนเป็นไปตามแผนความพยายามปรับสมดุลย์การลงทุนทั่วโลกขององค์กร หลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ
ทั้งนี้เทมาเส็ก และบรรษัทเพื่อการลงทุนของสิงคโปร์ (จีไอซี) เป็นหน่วยงานเพื่อการลงทุนของรัฐสิงคโปร์ ได้ทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในธนาคารตะวันตก ซึ่งถูกสั่นคลอนโดยวิกฤตการเงิน และส่งผลให้มูลค่าการลงทุนลดลง เนื่องจากราคาหุ้นดิ่งหนัก
โฮ ชิง ซีอีโอของเทมาเส็ก เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทจะเน้นการลงทุนในเอเชียมากขึ้น และลดการลงทุนในเขตเศรษฐกิจตะวันตก โดยในพอร์ทการลงทุน จะลดสัดส่วนการลงทุนในประเทศกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมโออีซีดี จาก 30% เหลือ 20% ขณะที่ยังคงการลงทุนในภูมิภาคเอเชียไว้ที่ 40% และสิงคโปร์ 30% พร้อมจะเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ใหม่ๆ เช่น ละตินอเมริกา รัสเซีย และแอฟริกา รวม 10%
โดย Mboy เวลา 08:43 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก, เศรษฐกิจไทย, เศรษฐกิจโลก
07 เมษายน 2552
ญี่ปุ่นุทุ่ม 1 แสนล้านดอลลาร์
ญี่ปุ่นุทุ่ม 1 แสนล้านดอลลาร์กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ญี่ปุ่นได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งล่าสุดเป็นมูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ภายหลังนายกรัฐมนตรีทาโร่ อาโซะ ได้แนะนำให้นายคาโอรุ โยซาโนะ กระตุ้นการใช้จ่ายสาธารณะอีก 2 % ของจีดีพี และนับเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นรอบที่ 3 นับตั้งแต่เดือนต.ค.ซึ่งย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และในรอบ 35 ปี หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสล่าสุดของปี 2008
ทั้งนี้ สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้คาดว่าจะประกอบด้วยการช่วยเหลือพนักงานตก งาน,บริษัทที่ขาดเงินหมุนเวียน และกระตุ้นการใช้เทคโนโลยีพลังงานสุริยะ
โดย Mboy เวลา 10:23 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก, แผนกู้วิกฤตการเงิน
03 เมษายน 2552
ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งแรงเช้านี้
ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งแรงเช้านี้ ขานรับที่ประชุม G20 ทุ่มกว่า $1 ล้านล้านกู้วิกฤติศก.โลก
IQ ข่าวหุ้น 03/04/2009 09:18:58
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียทะยานขึ้นถ้วนหน้าในช่วงเช้านี้ ขานรับมติของที่ประชุมผู้นำกลุ่ม G20 ที่อัดฉีดเม็ดเงิน 1.1 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์การเงินโลก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนที่ขยายตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดพุ่งขึ้น 146.82 จุด หรือ 1.68% สู่ระดับ 8,866.60 จุด ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดบวก 25.55 จุด แตะที่ 14,547.52 จุด ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีดีดขึ้น 11.05 จุด หรือ 0.87% แตะที่ระดับ 1,288.02 จุดในช่วงเช้านี้ ส่วนดัชนี MSCI Asia Pacific Index ปรับตัวขึ้น 1.2% แตะที่ 87.33 จุดเมื่อเวลา 8.48 น.ตามเวลากรุงโตเกียวในวันนี้
โยชิโนริ นากาโนะ นักวิเคราะห์จาก Daiwa Asset Management กล่าวว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียเป็นไปอย่างคึกคัก ขานรับข่าวที่ว่าที่ประชุม G20 มีมติอัดฉีดงบประมาณรวม 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์การเงินและยับยั้งเศรษฐกิจโลกจากภาวะถดถอย ซึ่งครอบคลุมถึงการอัดฉีดเงินทุนให้กับ IMF เพิ่มอีก 5 แสนล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมกับเงินทุนก้อนเดิมเป็น 7.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประเทศที่เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงิน
นอกจากนี้ ที่ประชุม G20 ยังเตรียมทุ่มเงินถึง 2.5 แสนล้านล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นการค้าโลกในระยะ 2 ปี โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปใช้เป็นสินเชื่อเพื่อการส่งออกและการลงทุน รวมถึงอัดฉีดให้กับธนาคารเพื่อการลงทุนระดับภูมิภาค
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้น 216.48 จุด หรือ 2.79% ปิดที่ 7,978.08 จุดเมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.พ. หลังร่วงลง 3.5% ในเดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ายอดสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.5% ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยรุนแรง สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน
โดย Mboy เวลา 09:20 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก
31 มีนาคม 2552
ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งเหว
ตะลึงตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งเหว ผวา 2 ค่ายยักษ์รถยนต์มะกันล้มละลาย
[31 มี.ค. 52 - 04:32]
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นวันที่ 30 มี.ค.ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งหุ้นไทยปรับตัวลงอย่างรุนแรง หลังคณะทำงานด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ ของฝ่ายบริหารประธานาธิบดี บารัก โอบามา มีมติปฏิเสธแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ป (จีเอ็ม) และบริษัทไครสเลอร์
โดยหุ้นไทยปิดที่ 429.60 จุด ลดลง 11.21 จุด ทำนิวโลว์ในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ 426.44 จุด ตลอดทั้งวันมีมูลค่าการซื้อขาย 8,522 ล้านบาท หุ้นกลุ่มพลังงานและแบงก์ปรับตัวลงนำตลาด นายทองมกุฎ ทองใหญ่ กรรมการ ผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ซิตี้ คอร์ป (ประเทศ ไทย) กล่าวว่า นอกจากปัจจัยนอกประเทศที่กดดันการลงทุนแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังต้องเผชิญกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาทำลายบรรยากาศการลงทุนด้วย และขณะนี้ยังไม่เห็นทางออกว่าการเมืองในประเทศจะสงบลงได้อย่างไรและใช้เวลานานเท่าไร ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจนอกประเทศยังคงรุมเร้าเศรษฐกิจไทย
ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดทำสถิติดิ่งลงมากที่สุดภายในวันเดียว ในรอบ 3 สัปดาห์ โดยดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดทรุดตัว 663.17 จุด หรือ 4.70% สู่ระดับ 13,456.33 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นสิงคโปร์ ดัชนีสเตรทไทม์ปิด 1,673.14 จุด ร่วง 72.52 จุด ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1,200 จุด มาปิดที่ 1,197.46 จุด ลดลง 40.05 จุด จากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารและผู้ผลิตรถยนต์ ส่วนตลาดหุ้นโตเกียว ดัชนีนิเคอิปิดที่ 8,236.08 จุด ลดลง 390.89 จุด
ด้านตลาดหุ้นยุโรปต่างปรับตัวดิ่งลงอย่างหนักเช่นกัน ทั้งตลาดหุ้นลอนดอนของอังกฤษ ตลาดหุ้นฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยหุ้นที่ปรับตัวลงหนักคือหุ้นกลุ่มยานยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังรัฐบาลกลางสเปนได้ เข้าฟื้นฟูกิจการของธนาคารในประเทศเป็นครั้งแรก นับจากเกิดวิกฤติการเงินโลก ซึ่งกระตุ้นความวิตกครั้งใหม่เกี่ยวกับวิกฤติการเงิน
ทั้งนี้ คณะทำงานเฉพาะกิจด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ของรัฐบาลสหรัฐฯมีมติคัดค้านแผนการปรับโครงสร้างของบริษัทจีเอ็มและไครสเลอร์ โดยระบุว่าผู้ผลิตรถยนต์เหล่านี้ไม่ได้เสนอแผนที่น่าเชื่อถือที่จะทำให้กิจการดำรงอยู่ต่อไปได้ โดยจีเอ็มและไครสเลอร์ว่าจ้างพนักงาน 160,000 คน ในสหรัฐฯ ขณะที่บริษัทผู้จำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ให้บริษัททั้ง 2 ว่าจ้างพนักงานมากกว่าตัวเลขดังกล่าว และการปล่อยให้จีเอ็มและไครสเลอร์ต้องล้มละลายลง จะสร้างความยากลำบากไปทั่ว ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯตกต่ำลงอีกและทำให้เกิดภาวะปั่นป่วนมากขึ้นในตลาดสินเชื่อระดับโลก
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะทำงานเฉพาะกิจฯระบุว่า การล้มละลายยังคงเป็นทางเลือกสำหรับบริษัททั้ง 2 แห่ง และแสดงความเห็นว่าไครสเลอร์ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เพียงลำพัง ซึ่งนโยบายที่แข็งกร้าวของคณะทำงานชุดนี้ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความตกตะลึงให้แก่ฝ่ายบริหารของผู้ผลิตรถยนต์ทั้ง 2 รวมทั้งต่อนักลงทุนและเจ้าหนี้ของจีเอ็ม เพราะแทนที่จะอนุมัติตามข้อเสนอของจีเอ็มที่ขอเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ได้ให้เงินสนับสนุนการดำเนินงานของจีเอ็มเป็นเวลาแค่ 60 วัน รวมทั้งให้ซีอีโอจีเอ็มลาออกและกำลังเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการจีเอ็มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ส่วนไครสเลอร์ ซึ่งบริหารโดยเซอร์เบอรัส แคปิตอล แมเนจเมนต์ ได้ให้เวลา 30 วันในการทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับบริษัทเฟียตของอิตาลีให้แล้วเสร็จ มิฉะนั้นรัฐบาลอาจตัดเงินช่วยเหลือ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องขายทอดกิจการ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ประชาชนชะลอการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น จึงอยากให้สถาบันการเงินรัฐและเอกชนเร่งปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการโดยเร็ว เพื่อจะได้นำเงินกู้ไปเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจอยู่ได้ และหากไม่ปล่อยกู้จะทำให้เอ็นพีแอลเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการขาดเงินหมุนเวียนและไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารได้
ส่วนการเสนอ พ.ร.ก.กู้เงินพิเศษ เป็นนโยบายฉุกเฉินของรัฐบาลที่จำเป็นต้องการเม็ดเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก เพื่อให้เศรษฐกิจผ่านพ้นช่วงเลวร้ายไปได้ ซึ่งการใช้ พ.ร.ก.กู้เงินฉบับพิเศษจะส่งผลให้การขยายตัวของหนี้สาธารณะเพิ่มเป็น 60% ของจีดีพี เกินเพดานหนี้สาธารณะที่ตั้งไว้ 50% ของจีดีพี แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะภาวะปัจจุบันถือว่าไม่ปกติ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวคิดตั้งกองทุนร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่นและกลุ่มการเงินในท้องถิ่น เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาการว่างงาน โดยตั้งกองทุนคล้ายกองทุนประกันสังคมขึ้นมาช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ ทั้งผู้ตกงานและยังไม่ตกงาน คาดว่าอีก 1 เดือน จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเพื่อให้มีผลบังคับใช้สิ้นปีนี้.
โดย Mboy เวลา 09:05 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก
24 มีนาคม 2552
หุ้นโลกพุ่งรับสหรัฐแก้ NPL
หุ้นโลกพุ่งรับสหรัฐแก้เอ็นพีแอล โบรกเกอร์คาดดัชนีส่อขยับต่อ
ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งไทย ทะยานขึ้นรับข่าวสหรัฐประกาศแผนกวาดล้างหนี้เสียในภาคธนาคาร และญี่ปุ่นส่งสัญญาณออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ด้านโบรกเกอร์ประเมินดัชนีขยับต่อหากต่างประเทศไร้ข่าวร้าย-น้ำมันเริ่มทรง ตัว
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วานนี้ (23 มี.ค.) ดัชนีปิดซื้อขายที่ระดับ 438.17 จุด เพิ่มขึ้น 8.53 จุด หรือ 1.99% มูลค่าการซื้อขาย 15,333 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 1,249 ล้นบาท นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 401 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 1,651 ล้านบาท
นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น 8.53 จุด ตามตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความหวังว่า เศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มได้ผล ส่วนไทย มีปัจจัยบวกเพิ่มขึ้นคือการพิจารณางบกลางปี มูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท และนโยบายแจกเงิน 2 พันบาท ช่วยเหลือสำหรับผู้มีรายได้ต่ำ ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ นอกจากนี้ ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นเกิดแรงจูงใจมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มดัชนีวันนี้ (24 มี.ค.) เชื่อว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากตลาดหุ้นต่างประเทศไม่มีข่าวลบ และราคาน้ำมันยังทรงตัว หรือไม่ต่ำไปกว่าระดับปัจจุบัน โดยประเมินแนวต้านที่ 440-450 จุด และแนวรับที่ 430-420 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ดัชนีวานนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงและวอลุ่มแน่นกว่า 15,000 ล้านบาท มีปัจจัยบวกหลักจากการตลาดหุ้นในเอเชียที่คึกคัก ซึ่งน่าจะเป็นผลจากความคาดหวังแผนการช่วยเหลือภาคการเงินในสหรัฐ และการจัดการปัญหาหนี้เสียของสถาบันการเงิน ที่คาดว่าจะซื้อหนี้เสียออกจากระบบถึง 1 ล้านล้าน ส่งผลให้มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินและน่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด หุ้นในระยะสั้นหลังจากนี้
แนวโน้มวันนี้ คาดว่าดัชนีมีโอกาสเผชิญแรงเทขายทำกำไร หลังจากปรับขึ้นมาเร็วและแรง ในวานนี้ ซึ่งหากมองระดับค่าพีอีหุ้นไทยที่สูงถึง 10 เท่า มากกว่าระดับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ซื้อขายกันที่ประมาณ 8-9 เท่า สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกขายและโยกเงินไปยังตลาดหุ้นอื่น ที่มี พีอีต่ำกว่าและมีพื้นฐานดีกว่า
หุ้นโลกขานรับแผนสหรัฐขจัดหนี้เน่า
ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้นวานนี้ โดยดัชนีหุ้นนิกเคอิในตลาดโตเกียวพุ่งขึ้น 269.57 จุด หรือ 3.39% ปิดที่ระดับ 8,215.53 วานนี้ หลังจากนายคาโอรุ โยซาโน รมว.คลังญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องเพิ่มการใช้จ่ายสาธารณะถึง 20 ล้านล้านเยน เพื่อยุติภาวะเศรษฐกิจถดถอย
นอกจากนี้ ตลาดยังได้เแรงหนุนจากแผนของกระทรวงการคลังสหรัฐ ที่จะซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคาร โดยนายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ มีกำหนดชี้แจงรายละเอียดช่วงค่ำวานนี้ แต่เขาเปิดเผยผ่านหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ก่อนหน้านั้นว่า แผนการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนจะอุดหนุนเงินทุนเบื้องต้น 500,000 ล้านดอลลาร์ และอาจขยายเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต
นักวิเคราะห์คาดว่า นายไกธ์เนอร์จะเปิดเผยแผนการ 3 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรก คือ การปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่นักลงทุนเอกชนที่จะเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อย คุณภาพจากธนาคาร ขั้นตอนที่สอง กระทรวงการคลังจะว่าจ้างผู้จัดการการลงทุนให้มาบริหารกองทุนของภาครัฐ-เอกชน เพื่อทำการลงทุนแสวงหาผลกำไรในสัญญาจำนองด้อยคุณภาพ และขั้นตอนที่สาม ขยายวงเงินของโครงการปล่อยกู้สำหรับหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจาก สินทรัพย์ เพื่อให้ครอบคลุมถึงการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ตกทอดมาจากในอดีต
ตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชียดีดตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นหั่งเส็งในตลาดฮ่องกงพุ่งขึ้น 4.78% ปิดที่ระดับ 13,447.42 ดัชนีหุ้นสเตรตส์ไทมส์ของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 4.21% ปิดที่ 1,664.08 ดัชนีหุ้นคอมโพสิตเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้น 1.95% ปิดที่ระดับ 3,325.48 ดัชนีหุ้นคอมโพสิตมาเลเซียเพิ่มขึ้น 2.50% ปิดที่ระดับ 878.30 และดัชนีหุ้นของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 3.36% ปิดที่ระดับ 1,406.65
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนีหุ้นหลักไต่ระดับสูงขึ้นในช่วงเปิดตลาด โดยดัชนีหุ้นเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ พุ่งขึ้น 1.4% ดัชนีหุ้นแด็กซ์ของเยอรมนีทะยานขึ้น 2.1% และดัชนีหุ้นซีเอซี 40 ของฝรั่งเศส ปรับตัวขึ้น 1.4%
โดย Mboy เวลา 09:40 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก
10 มีนาคม 2552
นิกเกอิดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 26 ปี
ดัชนีนิกเกอิดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 26 ปี
เอเชีย 9 มี.ค.52 - ตลาดหุ้นเอเชียปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์ร่วงลงอย่างหนัก จากความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก
จากความกังวลว่า ภาวะเศรษฐกิจซบเซาในสหรัฐและประเทศอื่น ๆ จะยังไม่ฟื้นตัวโดยง่าย ประกอบกับนักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นว่า ธนาคารต่าง ๆ จะเพิ่มทุนเพื่อชดเชยกับการขาดทุนได้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ใน
เอเชีย วันนี้ พากันปิดตลาดในแดนลบ โดยเฉพาะดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่น ปิดตลาดร่วงลง 87.07 จุด ไปอยู่ที่ 7,086.03 จุด ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2525 หรือในรอบ 26 ปี
ส่วนดัชนีตลาดหุ้นอื่น ๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ของจีน ตลาดหุ้นอินเดีย และไต้หวัน ต่างปิดตลาดติดลบราวร้อยละ 1 หรือมากกว่า อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และตลาดหุ้นออสเตรเลีย กลับสวนทางปิดตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 และร้อยละ 0.3
ที่มา : สำนักข่าวไทย
โดย Mboy เวลา 09:16 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก
03 มีนาคม 2552
World Markets
World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปีเมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) หลังจากบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ ของอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี) เปิดเผยตัวเลขขาดทุนไตรมาส 4 เป็นวงเงินสูงถึง 6.17 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับภาคการเงินและภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ฉุดดาวโจนส์ดิ่งหลุดจากระดับ 7,000 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 299.64 จุด หรือ 4.24% แตะที่ 6,763.29 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปีหรือนับตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.ปีพ.ศ.2540 ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 34.27 จุด หรือ 4.66% แตะที่ 700.82 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดร่วง 54.99 จุด หรือ 3.99% แตะที่ 1,322.85 จุด
- -- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4 ดอลลาร์ หรือกว่า 10% เมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยในระดับที่ลึกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ที่หดตัวลงอย่างรุนแรง และบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี) เปิดเผยตัวเลขขาดทุนไตรมาส 4 เป็นวงเงินสูงถึง 6.17 หมื่นล้านดอลลาร์
- สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 4.61 ดอลลาร์ ปิดที่ 40.15 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 42.45-40.15 ดอลลาร์
- -- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์อย่างคึกคักเพราะมองว่าเป็นแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัยในยามที่ตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดตัวลง ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตการณ์การเงินที่ลุกลามไปทั่วโลก
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนที่ระดับ 97.310 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 97.520 เยน/ดอลลาร์ และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินฟรังค์สวิสที่ 1.1758 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.1706 ฟรังค์/ดอลลาร์
- ค่าเงินยูโรร่วงลงแตะระดับ 1.2569 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.2668 ดอลลาร์/ยูโร และเงินปอนด์อ่อนตัวลงแตะระดับ 1.4045 ดอลลาร์/ปอนด์ จากระดับ 1.4309 ดอลลาร์/ปอนด์
- -- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 7,000 จุด จึงทำให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน
- สัญญาทองคำตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดที่ 940.00 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.50 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 959.50-931.60 ดอลลาร์
- -- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีเมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่า ธนาคาร HSBC เตรียมระดมทุนเพิ่ม และจากข่าวการขาดทุนนับหมื่นล้านดอลลาร์ของบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (AIG) ซึ่งข่าวดังกล่าวกดดันให้นักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นกลุ่มการเงิน
- ดัชนี FTSE 100 ปิดดิ่งลง 204.26 จุด แตะ 3,625.83 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 3,625.83-3,830.09 จุด
ที่มา : IQ เศรษฐกิจ 03/03/2009 09:04:23
โดย Mboy เวลา 09:36 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก
17 กุมภาพันธ์ 2552
จีดีพีญี่ปุ่นดิ่งสาหัสสุดใน35ปี
วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกย่ำแย่หนัก ติดลบต่ำสุดในรอบ 35 ปี
รัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้วติดลบถึง 3.3% หรือ ติดลบมากถึง 12.7% เมื่อเทียบเฉลี่ยรายปี นับเป็นตัวเลขที่ย่ำแย่ ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตน้ำมันช่วงปี 2517 และนับเป็นการติดลบเป็นไตรมาส 3 ติดต่อกัน
รายงานระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศ (จีดีพี) ญี่ปุ่นหดตัวรุนแรงมากกว่าสหรัฐถึง 3 เท่า โดยสหรัฐมีอัตราการถดถอยเฉลี่ย ทั้งปีที่ 3.8% และเขตยูโรโซนถดถอยเฉลี่ยที่ 1.1% ขณะที่ตัวเลขส่งออกช่วงเดียวกันทิ้งตัวลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 13.9% เนื่องจากความต้องการสินค้าประเภทรถยนต์และอิเล็ก ทรอนิกส์ของญี่ปุ่นปรับลดลง นอกจากนี้การลงทุนสำหรับโรงานและอุปกรณ์การผลิตปรับลดลงฮวบฮาบ เช่นเดียวกับการใช้จ่ายภาคครัวเรือน
ภาวะติดลบในตัวเลขภาคต่างๆ ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงถึงขั้นเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีแนวโน้มที่ภาวะขาลงจะยืดเยื้อและทวีความรุนแรงมากขึ้นอีก
ด้านทาเคโอะ คาวามูระ โฆษกคณะรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องผลักดันมาตรการ เพิ่มเติมเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่สมาชิกพรรครัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวว่า งบประมาณสำหรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่อาจสูงถึง 30 ล้านล้านเยน (ราว 11 ล้านล้านบาท) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นติดลบในทันที ที่ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในด้านลบ โดยดัชนีนิกเกอิปรับลงมา 29.23 จุด หรือ 0.38% ปิดที่ 7,750.17 จุด นักวิเคราะห์เตือนว่า หากรัฐบาลไม่ผลักดันมาตรการเพิ่มเติม บรรยากาศในตลาดหุ้นจะ ยิ่งอึมครึม ยิ่งทำให้แนวโน้มที่ดัชนีนิกเกอิทิ้งตัวลงต่ำกว่า 7,000 จุด ยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น
ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงติดลบ 98.79 จุด หรือ 0.7% ปิดที่ 13,455.88 จุด เนื่องจากความคาดหวังในด้านลบเกี่ยวกับผลประกอบการภาคธนาคาร ดัชนีคอสปิของเกาหลีใต้ติดลบ 16.97 จุด หรือ 1.4% ที่ 1,175.47 จุด
ที่มา : PostToday
โดย Mboy เวลา 08:49 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นทั่วโลก

