แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ SET แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ SET แสดงบทความทั้งหมด

27 มีนาคม 2552

หุ้นหมวดใหม่

หุ้นหมวดใหม่ธุรกิจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เริ่ม 31 มี.ค.นี้




กรุงเทพฯ 26 มี.ค.- นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย รองผู้จัดการ สายงานการตลาดและงานบริการหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ แยกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ออกจากหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป็นหมวดธุรกิจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund Sector) ภายใต้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction Industry Group) พร้อมเผยแพร่ดัชนีและค่าสถิติต่างๆ เพื่อสะท้อนภาพรวมหมวดธุรกิจ Property Fund เริ่ม 31 มีนาคมนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ชัดเจนมากขึ้น

ปัจจุบันมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งหมด 21 กองทุน มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 48,690.66 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.19 ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อ สร้าง และร้อยละ 1.40 ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตลาดหลักทรัพย์ฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. 2552) และคาดว่าในปี 2552 จะมีกองทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 5 กองทุน ด้วยจำนวนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีจำนวนมากขึ้น

“การแยกหมวดธุรกิจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้ชัดเจน จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเห็นภาพรวมของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลในหมวดธุรกิจนี้ได้เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการสร้างความสนใจให้แก่ผู้ลงทุนให้เข้ามาซื้อขายกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งส่งผลให้ผู้ออกหลักทรัพย์ใช้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นเครื่อง มือหนึ่งในการระดมทุน” นางสาวโสภาวดี กล่าว

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Price/NAV: P/NAV) ของรายหลักทรัพย์และหมวดธุรกิจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ข้อมูลจากรายงานงบการเงิน และจะทำการยกเลิกการคำนวณอัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E) เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ทั้งนี้ ประมาณการค่าสถิติ P/NAV และ Dividend Yield ของหมวดธุรกิจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ณ วันที่ 25 มีนาคม 2552 มีค่าเท่ากับ 0.7 เท่า และ 9.38% ตามลำดับ

ที่มา: สำนักนักข่าวไทย

24 มีนาคม 2552

ปรับ"ช่วง-ขยายข้อมูล"

ตลาดปรับ"ช่วง-ขยายข้อมูล"ราคาเทรด

ตลาดหลักทรัพย์ ปรับเกณฑ์ช่วงราคาซื้อขาย และขยายข้อมูลราคาเสนอซื้อขายเป็น 5 ระดับ เป้าหมายเพื่อเสริมสภาพคล่อง และลดต้นทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์ลงได้ อีกทั้งเป็นการเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อขายให้แก่ผู้ลงทุน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.นี้


นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ช่วงราคาซื้อขาย (Price Spread) โดยลดจำนวนระดับราคาจากเดิม 10 ระดับเป็น 8 ระดับ และปรับลดระดับความกว้างของช่วงราคาในบางระดับลง เธอกล่าวเชื่อมั่นว่า เกณฑ์ใหม่สามารถเสริมสภาพคล่อง และลดต้นทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Execution Cost) ลงได้

"ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.2552 เป็นต้นไป ตลาดหลักทรัพย์ จะเริ่มใช้เกณฑ์ช่วงราคาซื้อขายใหม่ โดยลดระดับราคาลงจากเดิม 10 ระดับ (เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ย.2544) เหลือเพียง 8 ระดับ โดยปรับให้ช่วงราคาซื้อขายตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไปแคบลง"

เธอยังบอกด้วยว่า การปรับช่วงราคาในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มโอกาสในการซื้อขายของผู้ลงทุนมากขึ้น และยังเป็นแนวทางที่มีความใกล้เคียงกับตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับช่วงราคาให้แคบลง นับเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้ตลาดทุนไทย ที่มุ่งอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในการซื้อขายของผู้ลงทุน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย

ทั้งนี้ ช่วงราคาเสนอซื้อขายที่ปรับใหม่ ได้กำหนดให้ราคาเสนอซื้อขายตั้งแต่ 25 บาท แต่ต่ำกว่า 100 บาท มีช่วงราคาเท่ากับ 0.25 บาท ราคาเสนอซื้อขายตั้งแต่ 100 บาท แต่ต่ำกว่า 200 บาท มีช่วงราคาเท่ากับ 0.50 บาท ราคาเสนอซื้อขายตั้งแต่ 200 บาท แต่ต่ำกว่า 400 บาท มีช่วงราคาเท่ากับ 1.00 บาท และราคาเสนอซื้อขายตั้งแต่ 400 บาทขึ้นไป มีช่วงราคาเท่ากับ 2.00 บาท สำหรับราคาเสนอซื้อขายที่ต่ำกว่า 50 บาท ให้ใช้ช่วงราคาเดิม

นอกจากนี้ ยังได้ขยายการแสดงข้อมูลราคาเสนอซื้อขาย (best bid/best offer) จาก 3 ระดับเป็น 5 ระดับ เริ่มตั้งแต่ 30 มี.ค.2552 นี้เช่นกัน

นางภัทรียา อธิบายว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์ปรับปรุงการเผยแพร่ข้อมูลราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขาย ที่ในปัจจุบันแสดงราคาที่ดีที่สุด 3 ระดับแรก เป็น 5 ระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงช่วงราคาซื้อขาย อีกทั้งเป็นการเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อขายให้แก่ผู้ลงทุน "เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถวิเคราะห์ภาวะตลาดและเสนอราคาซื้อขายได้ตรงความต้อง การมากที่สุด โดยมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มี.ค.2552 ด้วยเช่นกัน" นางภัทรียากล่าว



18 มีนาคม 2552

BEST bid / offer 5 ระดับ

ตลท. จะเปลี่ยน BEST bid / offer เป็น 5 ระดับ และ เปลี่ยนช่วงระดับราคาซื้อขาย(Spread) แบบใหม่ ตั้งแต่ 30 มีนาคมนี้



11 มีนาคม 2552

หุ้นไทย 'ห่านทองคำ'

หุ้นไทย'ห่านทองคำ' ปี 51 บริษัทจดทะเบียน จ่ายปันผลรวมกว่า186,000ล้านบาท



กรุงเทพฯ 10 มี.ค. - นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ณ วันที่ 2 มีนาคม 2552 บริษัทจดทะเบียนใน ตลท. และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ รวม 272 บริษัท หรือร้อยละ 52 ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 521 บริษัท (ไม่รวมบริษัทจดทะเบียนกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนและกลุ่มที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด ประกาศจ่ายปันผลประจำปี 2551 โดยมีมูลค่าปันผลที่ประกาศจ่ายรวมกันสูงถึง 186,764 ล้านบาท หรือร้อยละ 56 ของกำไรสุทธิรวมของบริษัทดังกล่าว ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนจากปันผลเฉลี่ยของ ตลท. และเอ็มเอไอ อยู่ที่ร้อยละ 6.65

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราส่วนปันผลตอบแทนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม เท่ากับร้อยละ 12.65
โดยหมวดวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักรเท่ากับร้อยละ 14.41
รองลงมา คือ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ เท่ากับร้อยละ 13.43 2

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ร้อยละ 8.09
โดยกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สูงสุดเท่ากับร้อยละ 9.67
รองลงมาคือหมวดวัสดุก่อสร้างเท่ากับร้อยละ 7.85

และกลุ่มบริการ ร้อยละ 7.36
โดยหมวดขนส่งและโลจิสติกส์เท่ากับร้อยละ 16.95
รองลงมาคือหมวดพาณิชย์เท่ากับร้อยละ 6.51

ส่วนบริษัทจดทะเบียนในเอ็มเอไอ ที่ประกาศจ่ายปันผลประจำปี 2551 แล้วมีจำนวน 32 บริษัท จากทั้งหมด 51 บริษัท รวมมูลค่าปันผล 1,039 ล้านบาท หรือร้อยละ 47 ของกำไรสุทธิรวม และคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากปันผล เฉลี่ยร้อยละ 6.88

สำหรับบริษัทที่มีอัตราส่วนปันผลตอบแทนสูงสุด 3 อันดับแรก
บมจ. สตีล อินเตอร์เทค (STEEL) ร้อยละ 18.12
บมจ. ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) ร้อยละ 15.23
และ บมจ.ปิโก (ไทยแลนด์) (PICO) ร้อยละ 15.20 ตามลำดับ


สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมใน ตลท. ที่มีมูลค่าการจ่ายปันผลรวมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

กลุ่มทรัพยากร จ่ายปันผลรวม 65,768 ล้านบาท
ซึ่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าปันผลจ่ายสูงสุด 22,562.43 ล้านบาท และมี อัตราส่วนปันผลตอบแทนร้อยละ 5.29

กลุ่มเทคโนโลยี จ่ายปันผลมูลค่ารวม 30,112 ล้านบาท
โดย บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส มีมูลค่าปันผลจ่ายสูงสุด 18,658.96 ล้านบาท มีอัตราส่วนปันผลตอบแทนร้อยละ 7.73

กลุ่มธุรกิจการเงิน มีมูลค่าปันผลรวม 24,122 ล้านบาท
โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าปันผลจ่ายสูงสุด 5,726.53 ล้านบาท มีอัตราส่วนปันผลตอบแทนร้อยละ 4.26

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง มีมูลค่ารวม 23,528 ล้านบาท โดย บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย มีมูลค่าปันผลจ่ายสูงสุด 9,000 ล้านบาท มีอัตราส่วนปันผลตอบแทนร้อยละ 7.58

และกลุ่มบริการ จ่ายปันผลมูลค่ารวม 21,482 ล้านบาท โดย บมจ. ท่าอากาศยานไทย มีมูลค่าปันผลจ่ายสูงสุด 3,685.71 ล้านบาท มีอัตราส่วนปันผลตอบแทนร้อยละ 17.09.

ที่มา: สำนักข่าวไทย

17 กุมภาพันธ์ 2552

เว็บไซต์ในเครือตลาดหลักทรัพย์ฯ

Website Organization
www.bex.or.th
ข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นกู้ และการซื้อขายหุ้นกู้ และ Bond Exchange
www.cma.in.th
ข้อมูลสถาบันวิทยาการตลาดทุน กิจกรรมด้านวิชาการเกี่ยวกับวิทยาการตลาดทุน และการบริหารจัดการตลาดทุน
www.csri.or.th
Corporate Social Responsibility Institute's website
www.mai.or.th
ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ( Market for Alternative Investment: mai) ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน ข่าวสาร และราคาซื้อขายหุ้นในตลาด mai รวมทั้งกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
www.moneychannel.co.th
ข้อมูลข่าวสาร และรายการย้อนหลังด้านเศรษฐกิจ การลงทุน
www.maruey.com
ให้บริการสื่อความรู้การเงินการลงทุนบริการประชาชนและผู้สนใจทั่วไป
www.set.or.th
ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทจดทะเบียน โบรกเกอร์ ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ อบรมสัมมนา และความรู้ครบครันเกี่ยวกับตลาดทุนไทย
www.setfinmart.com
แหล่งรวมหนังสือ Pocket Book ที่ผลิตขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ
www.settrade.com
แหล่งรวมข้อมูลด้านการเงินการลงทุน การซื้อขายหุ้นผ่านอินเทอร์เน็ต ราคาหุ้นเรียลไทม์ กราฟแสดงความเคลื่อนไหว พร้อมบทวิเคราะห์จาก โบรกเกอร์
www.tsd.co.th
ข้อมูลบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ นายทะเบียน และงานภายหลังการซื้อขายหลักทรัพย์
www.tsi-thailand.org
สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน(TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคล และการลงทุน กับเยาวชน นิสิต นักศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังให้ความรู้ควบคู่จรรยาบรรณ กับผู้ประกอบวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์
www.tfex.co.th
ข้อมูลเกี่ยวกับตราสารอนุพันธุ์ และตลาดอนุพันธุ์

Template by - Abdul Munir | Blogging4