แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าเงิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าเงิน แสดงบทความทั้งหมด

21 กรกฎาคม 2552

ค่าเงินบาทหลุด34

ค่าเงินบาทหลุด34 เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น

ค่าเงินบาทหลุด 34 บาท/ดอลลาร์ หลังดอลลาร์ร่วงหนัก นักลงทุนโยกเงินเข้าตลาดหุ้น ปิดตลาดอยู่ที่ 33.99/34.04 บาท/ดอลลาร์


นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทเมื่อวานนี้ (20 ก.ค.) ว่า เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 33.99/34.04 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 34.04/05 บาท/ดอลลาร์

"วานนี้มีหลายปัจจัยที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น เช่น การประกาศผลประกอบการของสถาบันการเงินในสหรัฐฯ เช่น ซิตี้กรุ๊ป รวมทั้งยอดการเริ่มสร้างบ้านและอนุญาตก่อสร้างเดือน มิ.ย.2552 ที่ออกมาดีขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จึงทำให้นักลงทุนเริ่มมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น จึงหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และลงทุนในเงินสกุลที่ให้ผลตอบแทนสูง"

ส่วนปัจจัยในประเทศจะมาจากยังมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ยังไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในวันนี้ (21 ก.ค.) คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.90-34.05 บาท/ดอลลาร์

24 มิถุนายน 2552

ตลาดหุ้นดิ่ง ค่าเงินบาทผันผวน

"ตลาดหุ้นดิ่ง ค่าเงินบาทผันผวน"

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2552 ในช่วงการซื้อขายของตลาดนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับคาเงินสกุลหลัก เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัย หลังจากที่มีแถลงการณ์จากธนาคารโลก (World bank) ว่า ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเห็นได้จากรายงานแนวโน้มที่ซบเซาทางเศรษฐกิจของธนาคารโลก

โดยธนาคารโลกได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ประจำปี 2009 เช่น ยูโรโซน ได้มีการปรับลดการคาดการณ์จาก -2.7% เป็น -4.5% ประเทศญี่ปุ่น ปรับลดการคาดการณ์จาก -5.3% เป็น -6.3% ประเทศสหรัฐอเมริกา ปรับลดคาดการณ์จาก -2.4% เป็น -3%

ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด นอกจากนี้นักลงทุนยังมุ่งความสนใจไปที่ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.04 แสนล้านดอลาร์ในสัปดาห์นี้ด้วย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ อาทิ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนพฤษภาคม (23/6), กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดขายบ้านใหม่เดือนพฤษภาคม (24/6), กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (25/6), กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงขั้นสุดท้ายประจำไตรมาส 1 (25/6) โดยคาดว่า จีดีพีสหรัฐจะติดลบ 5.7% ในไตรมาสแรก ปี 2009

ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์

ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันอังคาร (23/6) ที่ระดับ 34.15/17 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดวันจันทร์ (22/6) ที่ระดับ 34.15/16 บาท/ดอลลาร์ ในการซื้อขายระหว่างวันค่าเงินบาทมีการปรับตัวผันผวนโดยอ่อนค่าในช่วงเช้าจากการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ จนไปแตะระดับ 34.13 อย่างไรก็ตามในช่วงบ่าย ค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เนื่องจาก มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐจากผู้ส่งออกอีกครั้ง โดยได้รับแรงหนุนจากที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.16-34.21 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 34.13/15 บาท/ดอลลาร์


ตลาดยังรอดูผลการซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 ปี ครั้งแรกของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพุธนี้ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ภาคธนาคารปล่อยกู้อีกครั้ง และปรับลดต้นทุนในการกู้ยืมสำหรับภาคธนาคาร ภาคเอกชน และผู้บริโภค ทั้งนี้ตลอดทั้งวันคาเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ระหว่าง 1.3829-1.3939 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 1.3929/27 ดอลลาร์/ยูโร

อนึ่ง ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศมติการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้ (24/6) โดยคาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0.25%


17 มิถุนายน 2552

ราคาน้ำมันดิบร่วงปิดที่ $70.47

ราคาน้ำมันดิบร่วงปิดที่ $70.47
หลังเงินดอลลาร์ดีดตัว-หุ้นร่วง


สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (16 มิ.ย.) ตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ร่วงลงเป็นวันที่ 2 รวมถึงปัจจัยเรื่องเงินดอลลาร์ซึ่งแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ โดยดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้โภคภัณฑ์ราคาแพงขึ้น ซึ่งลดความน่าดึงดูดใจให้นักลงทุนเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร

สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 15 เซนต์ ปิดที่ 70.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินเดือนก.ค.ปิดดีดขึ้น 1.81 เซนต์ แตะ 2.0711 ดอลลาร์ต่อแกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนก.ค.ขยับลงไม่ถึงเพนนี ปิดที่ 1.8250 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เดือนส.ค. ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ปิดทรงตัวที่ 70.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในช่วงเช้า สัญญาน้ำมันดิบดีดขึ้น 3% สู่ระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 72.77 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3 วันที่ราคาน้ำมันเดินหน้าขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัว หลังจากที่ผู้นำบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน พิจารณาที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์

แต่จากนั้นราคาน้ำมันได้กลับมาปรับตัวลงตามทิศทางของตลาดหุ้นที่ร่วงลงในภาคบ่าย รวมถึงดอลลาร์ที่ดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดที่ 69.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระหว่างวัน

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขี้นเมื่อเทียบกับยูโร ที่ระดับ 1.3848 ดอลลาร์ หลังจากที่แตะ 1.3933 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนตัวที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเงินดอลลาร์กับอีก 6 สกุลเงินหลัก ลดลง 0.5% แตะ 80.724

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนหอบเงินจากตลาดหุ้นมาลงทุนในตลาดพลังงานแทน ซึ่งส่งให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรวดเร็วจนแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ 73.23 ดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว และปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 58% นับแต่ต้นปี แต่ทิศทางราคาเริ่มกลับตรงกันข้ามในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสัญญาน้ำมันดิบลดลง 64 เซนต์ ปิดที่ 72.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในระหว่างวันที่ 70.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากเริ่มมีความกังวลว่ากระแสคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น จะยั่งยืนถาวรหรือไม่

สตีเฟน ชอร์ก ประธานชอร์ก กรุ๊ป อิงค์ บริษัทที่ปรึกษาการค้าด้านพลังงาน กล่าวว่า เงินดอลลาร์เป็นปัจจัยชี้นำตลาด ถ้าดอลลาร์ดีดขึ้น น้ำมันก็จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม

ตลาดกำลังรอดูรายงานปริมาณน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ล่าสุดซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (อีไอเอ) ซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบและการบริโภค และคาดว่าจะมีผลต่อราคาน้ำมัน Nymex ในคืนนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ที่บลูมเบิร์กสำรวจความคิดเห็นคาดว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลง 2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว



15 มิถุนายน 2552

จับตาทิศทางค่าเงินบาทไทย หลังจากนี้...

จับตาทิศทางค่าเงินบาทไทย หลังจากนี้...

เงินบาทดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งและสามารถหักล้างช่วงติดลบทั้งหมดลงในช่วงต่อมาท่ามกลางแรงเทขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อทำกำไร และแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นไทยโดยมีนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ กระนั้นก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลงเล็กน้อยและกลับมาปรับตัวในกรอบแคบช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีปัจจัยลบจากความต้องการเงินดอลลาร์ฯ ของผู้นำเข้า ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก สำหรับในวันศุกร์ เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.09 (ตลาดเอเชีย) เทียบกับระดับ34.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (5 มิถุนายน) ทำให้สัปดาห์หน้าค่าเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 34.00-34.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ การปรับตัวของสกุลเงินและตลาดหุ้นในภูมิภาค ตลอดจนสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท. ขณะที่ทิศทางของเงินดอลลาร์ฯ อาจขึ้นอยู่กับการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ ผลสำรวจภาคการผลิตจัดทำโดยเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจัดทำโดยเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยจัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) เดือนมิถุนายนดัชนีราคาผู้บริโภค-ผู้ผลิต ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราการใช้กำลังผลิต เดือนพฤษภาคม ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิสู่ตลาดการเงินสหรัฐฯ เดือนเมษายน ตลอดจนข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดประจำไตรมาส 1/2552


ที่มา:สำนักข่าวไทย

Template by - Abdul Munir | Blogging4