มะกันผ่านกฎหมายสกัดปั่นราคาน้ำมัน
โทษปรับ1ล้านเหรียญ/วัน
เอเอฟพี รายงานว่า คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐ (Federal Trade Commision-FTC) เพิ่งอนุมัติกฎระเบียบใหม่ในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยห้ามไม่ให้ผู้เล่นในตลาดใช้ข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องราคาน้ำมัน
โดยแถลงการณ์ของเอฟทีซี ระบุว่า กฎใหม่นี้จะห้ามการฉ้อโกง หรือหลอกลวงในตลาดพลังงาน และการใช้ข้อมูลเพื่อบิดเบือนตลาด
หากใครฝ่าฝืนกฎระเบียบดังกล่าวจะต้องถูกปรับสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งกฎใหม่นี้จะเริ่มมีผลในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552
"จอน ไลโบวิตซ์" ประธานเอฟทีซี ระบุในแถลงการณ์ว่า กฎระเบียบใหม่นี้จะให้อำนาจเอฟทีซีในการจัดการกับพฤติกรรมฉ้อโกงและปั่นราคาให้สูงขึ้น
กฎระเบียบใหม่นี้ห้ามการกระทำที่เข้าข่ายความผิด อาทิ การประกาศแผนที่เกี่ยวกับราคา หรือการตัดสินใจเกี่ยวกับการผลิตที่เป็นเท็จ รวมถึงตัวเลขสถิติ หรือข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
10 สิงหาคม 2552
ผ่านกฎหมายสกัดปั่นราคาน้ำมัน
โดย Mboy เวลา 09:07 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน, เศรษฐกิจโลก
09 กรกฎาคม 2552
ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX
น้ำมันดิบปิดร่วง $2.79 หลังสต็อกเบนซิน,น้ำมันกลั่นพุ่ง
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอีกเมื่อคืนนี้ (8 ก.ค.) หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินความคาดหมาย และจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ร่วงลง 2.79 ดอลลาร์ หรือ 4.43% ปิดที่ 60.14 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ปีนี้ โดยในระหว่างวันราคาน้ำมันดิบเคลื่อนตัวในช่วง 60.01-62.68 ดอลลาร์
ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนส.ค.ดิ่งลง 6.28 เซนต์ หรือ 3.92% ปิดที่ 1.5379 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 9.95 เซนต์ ปิดที่ 1.6333 ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนส.ค.ดิ่งลง 2.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 60.43 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.เป็นต้นมา โดยในระหว่างวันสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนตัวในช่วง 60.30-63.13 ดอลลาร์
สตีเฟ่น ชอร์ค นักวิเคราะห์ด้านพลังงานชื่อดังในสหรัฐเปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า นักลงทุนยังคงกระหน่ำขายสัญญาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องเพราะความกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยปัจจัยที่สร้างความกังวลล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่ไอเอ็มเอฟคาดากรณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 1.4% ในปีนี้ ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะหดตัว 1.3%
นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันกลั่นในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ก.ค.เพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรล แตะที่ 158.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.0 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล แตะที่ 213.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 0.6 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันดิบร่วงลง 2.9 ล้านบาร์เรล แตะที่ 347.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 2.4 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 0.2 % สู่ 86.8%
นอกจากนี้ ชอร์ค คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในช่วงขาลงอาจดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดที่ระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิค โดยชี้ว่าตลาดน้ำมันเข้าสู่ "ภาวะหมี"
ทั้งนี้ ชอร์คยังกล่าวด้วยว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง 12% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่แล้วได้กดดันให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อสังเกตส่วนต่างระหว่างราคาต่ำสุดของวันที่ 2 ก.ค.กับระดับสูงสุดของวันที่ 6 ก.ค.สามารถสะท้อนให้เห็นว่า เป็นเรื่องยากที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์ต่อๆไป
โดย Mboy เวลา 08:57 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน, เศรษฐกิจไทย, เศรษฐกิจโลก
03 กรกฎาคม 2552
ฉุดน้ำมันดิบปิดร่วง $2.58
ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX:
วิตกตัวเลขจ้างงานสหรัฐ ฉุดน้ำมันดิบปิดร่วง $2.58
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากตัวเลขจ้างงานที่ทรุดตัวลงอย่างหนักทั้งในสหรัฐและยุโรป ซึ่งข้อมูลจ้างงานที่อ่อนแอทำให้นักลงทุนกังวลว่าดีมานด์พลังงานจะหดตัวลงด้วย
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ดิ่งลง 2.58 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ปิดที่ 66.73 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 66.50-69.74 ดอลลาร์
ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 6.41 เซนต์ หรือ 3.63% ปิดที่ 1.7016 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 6.82 เซนต์ ปิดที่ 1.7908 ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 2.14 ดอลลาร์ ปิดที่ 66.65 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 66.33-69.19 ดอลลาร์
นักลงทุนกระหน่ำขายสัญญาน้ำมันดิบหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfar payroll) ร่วงลงเกินคาด 467,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี และบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานยังคงเผชิญภาวะตึงตัวเพราะถูกกระทบจากเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง
ตัวเลขจ้างงานทำสถิติร่วงลงเหนือความคาดหมาย โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนมิ.ย.จะร่วงลง 365,000 ตำแหน่ง หลังจากดิ่งลง 345,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ขณะที่อัตราว่างงานมีแนวโน้มไต่ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปีที่ 9.6%
ทอม โคลซา นักวิเคราะห์จาก Oil Price Information Service กล่าวว่า นักลงทุนยังคงเทขายสัญญาน้ำมันดิบเนื่องจากความกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนแอเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเมื่อไม่นานมานี้เลขาธิการกลุ่มโอเปคคาดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 70-75 ดอลลาร์/บาร์เรลภายในปลายปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับที่โกลด์แมน แซคส์คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นอีก โดยโกลด์แมน แซคส์คาดว่าราคาน้ำมันอาจอยู่ที่ 85 ดอลลาร์/ บาร์เรล จากเดิมที่คาดว่าอยู่ที่ 65 ดอลลาร์
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานลดลงเกินคาด 16,000 ราย แตะระดับ 614,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 มิ.ย.จากระดับ 630,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่ายอดสั่งซื้อของโรงงานในสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาด 1.2% ในเดือนพ.ค.และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตลาดน้ำมัน NYMEX จะปิดทำการในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค.นี้ เนื่องในวันชาติสหรัฐ
โดย Mboy เวลา 09:28 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน, เศรษฐกิจสหรัฐ
30 มิถุนายน 2552
น้ำมันดิบปิดพุ่ง $2.33
ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX:
น้ำมันดิบปิดพุ่ง $2.33
หลังจีนประกาศเพิ่มน้ำมันในคลังสำรอง
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 71 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ (29 มิ.ย.) หลังจากรัฐบาลจีนประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณน้ำมันในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ และจากข่าวที่ว่ากลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในไนจีเรียปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัท รอยัล ดัทช์ เชลล์ ที่บริเวณชายฝั่งของไนจีเรีย
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 2.33 ดอลลาร์ ปิดที่ 71.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนก.ค.ปิดบวก 6.13 เซนต์ ปิดที่ 1.9358 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนก.ค.ปิดบวก 5.32 เซนต์ ปิดที่ 1.7835 ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 2.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 70.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
ฟิล ไฟนน์ นักวิเคราะห์จากบริษัท อลารอน เทรดดิ้ง ในเมืองชิคาโก กล่าวว่า "สัญญาน้ำมันดิบทะยานขึ้นหลังจากรัฐบาลจีนประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณน้ำมันในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์อีก 60% ซึ่งคลังสำรองประเภทนี้แตกต่างจากคลังสำรองทั่วไปเพราะรัฐบาลต้องกักเก็บน้ำมันไว้ใช้ในยามที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและเหตุวินาศกรรม นักลงทุนมองว่าการที่จีนเตรียมเพิ่มน้ำมันในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์มากถึง 70% จะเป็นปัจจัยหนุนระยะยาวต่อตลาดน้ำมัน"
ภาวะการซื้อขายซื้อขายในตลาดน้ำมัน NYMEX คึกคักยิ่งขึ้นเมื่อนายพรีเชียส โอโคโลโบ โฆษกบริษัท เชลล์ ยืนยันว่ากลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนชาวไนจีเรียได้บุกโจมตีและปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันบางส่วนของบริษัทที่บริเวณชายฝั่งไนจีเรีย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์โจมจีแท่นขุดเจาะน้ำมันในไนจีเรียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ในทวีปแอฟริกา ปรับตัวลดลงไปแล้ว 25%
อย่างไรก็ตาม จิม ริทเทอร์บุช ประธานบริษัท ริทเทอร์บุช แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คาดการณ์ว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบจะเป็นเพียงสถานการณ์ในระยะสั้นๆ เนื่องจากนักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจ โดยเมื่อไม่นานมานี้ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างหนักหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราว่างงานประจำเดือนมิ.ย.ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าอัตราว่างงานประจำเดือนมิ.ย.จะขยับขึ้น 0.2% แตะที่ 9.6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี และคาดว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนมิ.ย.จะร่วงลง 350,000 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.ที่ลดลง 345,000 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูพายุโซนร้อน หลังจากศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า มีโอกาสถึง 50% ที่กระแสลมฝั่งตะวันออกเหนือทะเลแคริบเบียนฝั่งตะวันตกระหว่างฮอนดูรัสและคิวบามีจะกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อนในไม่ช้านี้ ซึ่งพายุโซนร้อนดังกล่าวจะมีชื่อว่า "อานา"
โดย Mboy เวลา 09:16 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นสหรัฐ, น้ำมัน, เศรษฐกิจสหรัฐ
23 มิถุนายน 2552
ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงกว่า 200 จุด
ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงกว่า 200 จุด น้ำมันดิบร่วง 2.62 ดอลลาร์
สหรัฐ 23 มิ.ย. - ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ดัชนีหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างทะลุ 200 จุด
ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดิ่งลงอย่างหนักจากแรงเทขายของนักลงทุนที่วิตกกังวลหลังธนาคารโลก
(เวิลด์แบงก์) ปรับลดการพยากรณ์ภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงจากติดลบ 1.7% เป็นติดลบ
2.9% เช่นเดียวกับการค้าขายทั่วโลกในปีนี้ที่จะลดลงถึง 9.7% สะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกจะยังไม่ฟื้นตัวอย่าง
เต็มรูปแบบในระยะเวลาอันใกล้นี้
ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.40 พันล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 2,703 ต่อ 345
ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.35 พันล้านหุ้น
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กซบเซาลงทันทีที่ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า
เศรษฐกิจโลกปีนี้จะหดตัว 2.9% เมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่า
จะหดตัวเพียง 1.7% นอกจากนี้ ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวขึ้น
อีกครั้งในปีหน้า โดยคาดว่าจะขยายตัวราว 2% แต่ลดลงจากระดับคาดการณ์เมื่อ 3 เดือน
ก่อนว่าจะขยายตัว 2.3%
ธนาคารโลกชี้ว่า แม้จะมีการคาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจโลกจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในช่วง
ครึ่งหลังของปีนี้ แต่ประเทศยากจนคงจะไม่ได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวเหมือนกับประเทศ
ร่ำรวย พร้อมกับเรียกร้องให้มีการใช้นโยบายที่แข็งกร้าวเพื่อเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกระแสเงินทุนจากประเทศกำลัง
พัฒนาที่หดตัวลง หลังจากที่กระแสเงินทุนจากประเทศกำลังพัฒนาในปี 2550 มีสูงถึง 1.2
ล้านล้านดอลลาร์ แต่ในปีนี้คาดว่า กระแสเงินทุนจากประเทศกำลังพัฒนาจะหดตัวลงมาเหลือ
แค่ 3.63 แสนล้านดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ร่วงลงและฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงด้วย
โดยหุ้นเชฟรอน คอร์ป ปิดร่วง 3.4% หุ้นอัลโคปิดดิ่งลง 8.9%
ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ดิ่งลง 2.62 ดอลลาร์สหรัฐ
ปิดที่ 66.93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ต่ำที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์
ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ดิ่งลง 200.72 จุด ไปปิดที่ 8,339.01 จุด
แนสแดคปิดที่ 1,766.19 จุด ลดลง 61.28 จุด
และเอสแอนด์พีปิดที่ 893.04 จุด ลดลง 28.19 จุด
ที่มา:สำนักข่าวไทย
สำนักข่าวอินโฟเควสท์
โดย Mboy เวลา 09:35 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นสหรัฐ, น้ำมัน
17 มิถุนายน 2552
ราคาน้ำมันดิบร่วงปิดที่ $70.47
ราคาน้ำมันดิบร่วงปิดที่ $70.47
หลังเงินดอลลาร์ดีดตัว-หุ้นร่วง
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (16 มิ.ย.) ตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ร่วงลงเป็นวันที่ 2 รวมถึงปัจจัยเรื่องเงินดอลลาร์ซึ่งแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ โดยดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้โภคภัณฑ์ราคาแพงขึ้น ซึ่งลดความน่าดึงดูดใจให้นักลงทุนเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 15 เซนต์ ปิดที่ 70.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินเดือนก.ค.ปิดดีดขึ้น 1.81 เซนต์ แตะ 2.0711 ดอลลาร์ต่อแกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนก.ค.ขยับลงไม่ถึงเพนนี ปิดที่ 1.8250 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เดือนส.ค. ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ปิดทรงตัวที่ 70.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในช่วงเช้า สัญญาน้ำมันดิบดีดขึ้น 3% สู่ระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 72.77 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3 วันที่ราคาน้ำมันเดินหน้าขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัว หลังจากที่ผู้นำบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน พิจารณาที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์
แต่จากนั้นราคาน้ำมันได้กลับมาปรับตัวลงตามทิศทางของตลาดหุ้นที่ร่วงลงในภาคบ่าย รวมถึงดอลลาร์ที่ดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดที่ 69.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระหว่างวัน
บลูมเบิร์กรายงานว่า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขี้นเมื่อเทียบกับยูโร ที่ระดับ 1.3848 ดอลลาร์ หลังจากที่แตะ 1.3933 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนตัวที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเงินดอลลาร์กับอีก 6 สกุลเงินหลัก ลดลง 0.5% แตะ 80.724
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนหอบเงินจากตลาดหุ้นมาลงทุนในตลาดพลังงานแทน ซึ่งส่งให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรวดเร็วจนแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ 73.23 ดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว และปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 58% นับแต่ต้นปี แต่ทิศทางราคาเริ่มกลับตรงกันข้ามในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสัญญาน้ำมันดิบลดลง 64 เซนต์ ปิดที่ 72.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในระหว่างวันที่ 70.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากเริ่มมีความกังวลว่ากระแสคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น จะยั่งยืนถาวรหรือไม่
สตีเฟน ชอร์ก ประธานชอร์ก กรุ๊ป อิงค์ บริษัทที่ปรึกษาการค้าด้านพลังงาน กล่าวว่า เงินดอลลาร์เป็นปัจจัยชี้นำตลาด ถ้าดอลลาร์ดีดขึ้น น้ำมันก็จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม
ตลาดกำลังรอดูรายงานปริมาณน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ล่าสุดซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (อีไอเอ) ซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบและการบริโภค และคาดว่าจะมีผลต่อราคาน้ำมัน Nymex ในคืนนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ที่บลูมเบิร์กสำรวจความคิดเห็นคาดว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลง 2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว
โดย Mboy เวลา 09:11 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ค่าเงิน, น้ำมัน, เศรษฐกิจโลก
11 มิถุนายน 2552
หุ้นสหรัฐปิดลบหวั่นเรื่องดอกเบี้ย
หุ้นสหรัฐปิดลบหวั่นเรื่องดอกเบี้ย
น้ำมันดิบพุ่งทะลุ 71 ดอลลาร์สหรัฐ
นิวยอร์ก 11 มิ.ย.-ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลงจากความหวาดวิตกเรื่องอัตราดอกเบี้ย
ส่วนราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 71 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีเคลื่อนไหวเบาบางในแดนลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
หลังจากรัฐบาลประกาศขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีด้วยมูลค่า 19,000 ล้านบาท
ทำให้เกรงว่าอาจมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย หรือกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ
ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.22 พันล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 1,635 ต่อ 1,376
ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด 2.35 พันล้านหุ้น
เจฟฟรีย์ แฟรงเคล ประธานบริษัท Stuart Frankel & Co กล่าวว่า
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
เปิดเผยรายงาน Beige Book ซึ่งระบุว่าเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคฟื้นตัวขึ้นปานกลาง
โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่ารัฐบาลสหรัฐได้นำพันธบัตรประเภท 10 มูลค่ารวม
1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ออกประมูลขายและมีผู้ซื้อจำนวนมาก ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้เกิด
ความกังวลว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นอาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
"ภาวะเงินเฟ้อที่ส่อเค้าว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ใน
ระดับสูงนั้น อาจกดดันเฟดให้ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมีต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น
ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายและจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าลง"
แฟรงเคลกล่าว
กระแสความวิตกกังวลเรื่องดอกเบี้ยได้ฉุดหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย รวมถึง
หุ้นกลุ่มก่อสร้างบ้านและกลุ่มการเงิน ร่วงลงโดยดัชนีดาวโจนส์กลุ่มก่อสร้างบ้านร่วงลง
1.5% และดัชนี S&P หุ้นกลุ่มการเงินลดลง 1.6%
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 71 ดอลลาร์ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
โดยหุ้นอ็กซอน โมบิลบวก 1% และเป็นปัจจัยสำคัญที่พยุงดาวโจนส์ไม่ให้ติดลบมากนัก
ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ พุ่งทะยานแตะ 71.79 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
สูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก่อนขยับลงมาปิดที่ 71.33 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 1.32 ดอลลาร์สหรฐ
ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 8,739.02 จุด ลดลง 24.04 จุด หรือ 0.27%
ดัชนีแนสแดค ปิดที่ 1,853.08 จุด ลดลง 7.05 จุด หรือ 0.38%
และดัชนีเอสแอนด์พี ปิดที่ 939.15 จุด ลดลง 3.28 จุด หรือ 0.35%
ด้านตลาดหุ้นสำคัญของยุโรป ตลาดหุ้นยุโรป
ดัชนี FTSE 100 ตลาดลอนดอน ปิดที่ 4,436.75 จุด ปรับขึ้น 31.96 จุด หรือ 0.73%
ดัชนี DAX ตลาดแฟรงก์เฟิร์ต ปิดที่ 5,051.18 จุด ปรับขึ้น 53.32 จุด หรือ 1.07%
และดัชนี CAC 40 ตลาดปารีส ปิดที่ 3,315.27 จุด ปรับขึ้น 18.54 จุด หรือ 0.56%
ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ ตลาดลอนดอน ปิดที่ 70.80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ปรับขึ้น 1.58 ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดที่ 954.00 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนตลาดลอนดอน ปิดที่ 953.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ลดลง 3.05 ดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : สำนักข่าวไทย
สำนักข่าวอินโฟเควสท์
โดย Mboy เวลา 09:09 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นสหรัฐ, ทองคำ, น้ำมัน, เศรษฐกิจโลก
27 พฤษภาคม 2552
ดาวโจนส์ปิดพุ่งกว่า 190 จุด
ดาวโจนส์ปิดพุ่งกว่า 190 จุด
สหรัฐ 27 พ.ค. - ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
ช่วยให้ดัชนีหุ้นสหรัฐกลับมาพุ่งขึ้นกว่า 190 จุด
ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีพุ่งขึ้นอย่างคึกคักจากแรงซื้อหนาแน่นในหุ้นกลุ่มบลูชิพ
หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนที่ผ่านมา
พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 54.9 มากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
ทำให้เชื่อว่าผู้บริโภคเริ่มจะเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศ และกลับมาจับจ่ายซื้อสินค้ากันอีกครั้ง
ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.38 พันล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 5 ต่อ 1
ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.11 พันล้านหุ้น
ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์และดัชนีราคาผู้บริโภคที่ดีเกินคาด
ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มบริษัทสร้างบ้านและบริษัทค้าปลีกดีดตัวขึ้น
โดยหุ้นเจซี เพนนี ปิดบวก 6.5%
หุ้นเบสท์ บาย ปิดบวก 5.3%
ส่วนหุ้นเคบี โฮม ปิดบวก 5.9%
หุ้นดีอาร์ ฮอร์ตัน ปิดพุ่ง 5.1%
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นหลังจากนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นแอปเปิล
โดยหุ้นแอปเปิลปิดบวก 6.8%
ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 78 เซนต์ ไปปิดที่ 62.45 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ปีที่แล้ว
ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ระดับ 8,473.49 จุด เพิ่มขึ้น 196.17 จุด
แนสแดค ปิดที่ระดับ 1,750.43 จุด เพิ่มขึ้น 58.42 จุด
และ เอสแอนด์พี ปิดที่ระดับ 910.33 จุด เพิ่มขึ้น 23.33 จุด
ที่มา สำนักข่าวไทย
สำนักข่าวอินโฟเควสท์
โดย Mboy เวลา 09:01 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นสหรัฐ, น้ำมัน
24 เมษายน 2552
น้ำมันดิบปิดบวก 77 เซนต์
ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดบวก 77 เซนต์ หลังดาวโจนส์ฟื้นตัว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (23 เม.ย.) หลังจากสถาบันการเงินรายใหญ่ในสหรัฐรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นไม่มากนักเนื่องจากสต็อกน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเกินคาดในสหรัฐสะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลให้ดีมานด์พลังงานหดตัวลงด้วย
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ไต่ขึ้น 77 เซนต์ หรือ 1.58% ปิดที่ 49.62 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.37-49.92 ดอลลาร์
สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนพ.ค.ลดลง 1.20 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 1.3179 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 0.38 เซนต์ ปิดที่ 1.3944 ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.6% แตะที่ 50.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
ฟิล ไฟน์ นักวิเคราะห์จากอลารอน เทรดดิ้ง กล่าวว่า ตลาดน้ำมันนิวยอร์กเคลื่อนไหวตามทิศทางของตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ หลังจากพีเอ็นซี ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส รายงานตัวเลขกำไรที่พุ่งขึ้นเกินคาด 22% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าซื้อกิจการเนชั่นแนล ซิตี้ คอร์ป และต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับตัวลดลง
"นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง ซึ่งดอลลาร์อ่อนตัวลงเรื่อยมานับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจลดดอกเบี้ยระยะสั้นเหลือเพียง 0-0.25% อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายค่อนข้างผันผวนเนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากกังวลเรื่องสต็อกน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเกินคาดในสหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้ดีมานด์พลังงานลดน้อยลงด้วย จึงทำให้น้ำมันดิบคงค้างอยู่ในสต็อกจำนวนมาก" ไฟน์กล่าว
กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 17 เม.ย.พุ่งขึ้น 3.9 ล้านบาร์เรล แตะที่ 370.6 ล้านบาร์เรลซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล แตะที่ 217.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 400,000 บาร์เรล
นักลงทุนวิตกกังวลต่อข่าวที่ว่าบริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ คอร์ป (จีเอ็ม) เตรียมปิดโรงงานหลายแห่งในสหรัฐนานสูงสุด 9 สัปดาห์ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังยอดขายร่วงลงจนทำให้ยอดรถค้างสต็อกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้พนักงานหลายพันคนถูกลอยแพหลังการปิดโรงงาน นอกจากนั้นบริษัทซัพพลายเออร์ยังเป็นอีกกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากการปิดโรงงานทำให้บริษัทไม่สามารถขายชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับจีเอ็มได้
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานรอบสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้นมากเกินคาด 27,000 ราย แตะระดับ 640,000 ราย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ที่มา : IQ ข่าวสินค้าโภคภัณฑ์
โดย Mboy เวลา 08:03 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
23 เมษายน 2552
สหรัฐเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด
สหรัฐเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด 370.6 ล้านบาร์เรล ขณะสต็อกเบนซินเพิ่ม 8 แสนบาร์เรล
กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 17 เม.ย.พุ่งขึ้น 3.9 ล้านบาร์เรล แตะที่ 370.6 ล้านบาร์เรลซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.6 ล้านบาร์เรล
ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล แตะที่ 217.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 400,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นพุ่งขึ้น 2.7 ล้านบาร์เรล แตะที่ 142.3 ล้านบาร์เรล แต่ยังน้อยกว่าที่คาดว่าจะร่วงลง 700,000 บาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3% แตะที่ 83.4% มากกว่าที่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 0.7%
สต็อกน้ำมันข้างต้นไม่นับรวมกับคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ของสหรัฐซึ่งปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่ประมาณ 689 ล้านบาร์เรล แต่รัฐบาลสหรัฐประกาศให้ปรับเพิ่มคลังน้ำมันสำรองประเภทดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลภายในปี 2570 เพื่อรับมือกับภาวะติดขัดที่อาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการโจมตีของผู้ก่อการร้าย สำนักข่าวเอพีรายงาน
ที่มา:IQ ข่าวสินค้าโภคภัณฑ์
โดย Mboy เวลา 06:54 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
10 เมษายน 2552
น้ำมันดิบปิดพุ่ง $2.86
น้ำมันดิบปิดพุ่ง $2.86 หลังดาวโจนส์ดีดแรง
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 6% เมื่อคืนนี้ (9 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้นกว่า 200 จุด ซึ่งเป็นผลมาจากธนาคารเวลส์ ฟาร์โก คาดการณ์ตัวเลขกำไรที่ดีเกินคาด อย่างไรก็ตาม วอลุ่มการซื้อขายค่อนข้างบางเบาเนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากปลีกตัวออกไปอยู่นอกตลาด ก่อนถึงวันหยุดเนื่องในวัน Good Friday
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 2.86 ดอลลาร์ ปิดที่ 52.24 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 52.24-51.20 ดอลลาร์
ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 4.14 เซนต์ ปิดที่ 1.4810 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 3 เซนต์ ปิดที่ 1.4288 ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 2.47 ดอลลาร์ ปิดที่ 54.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
แอนดรูว์ เลโบว์ นักวิเคราะห์จาก MF Global กล่าวว่า "แม้มีข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกถดถอยและอาจฉุดดีมานด์พลังงานร่วงลงด้วย แต่นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบอย่างคับคั่งเมื่อคืนนี้เพราะได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ทะยานขึ้นขานรับรายงานคาดการณ์กำไรของธนาคารเวลส์ ฟาร์โก"
เวลส์ ฟาร์โก คาดการณ์ว่าธนาคารจะสามารถทำกำไรในไตรมาสแรกได้ราว 3 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากธุรกิจด้านการปล่อยกู้ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้น 246.27 จุด หรือ 3.14% ปิดที่ 8,083.38 จุดเมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน และช่วยพยุงหุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้นด้วย
ตลาดน้ำมันนิวยอร์กขานรับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ยอดขาดดุลการค้าเดือนก.พ.ร่วงลง 28.3% แตะที่ 2.597 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีพ.ศ.2542 ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการระหว่างว่างงานในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 เม.ย.ลดลง 20,000 ราย แตะระดับ 654,000 ราย จากรอบสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ 674,000 ราย
เลโบว์กล่าวว่า ในช่วงเช้าตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวต่อเนื่องจนถึงปีหน้า แต่ในช่วงบ่ายเมื่อทางการสหรัฐรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส รวมถึงตัวเลขว่างงานและยอดขาดดุลการค้า ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นและพากันเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบอย่างหนาแน่น
นักลงทุนยังจับตาดูการประชุมโอเปคในวันที่ 28 พ.ค.นี้ หลังจากโอเปคมีมติคงเพดานการผลิตในการประชุมครั้งก่อนที่กรุงเวียนนา โดยปัจจุบันเพดานการผลิตน้ำมันของโอเปคอยู่ที่ 24.84 ล้านบาร์เรล/วัน
กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 3 เม.ย.พุ่งขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 361.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ดังกล่าวทำสถิติพุ่งขึ้นติดต่อกัน 5 สัปดาห์ และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี
โดย Mboy เวลา 09:04 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
16 มีนาคม 2552
โอเปคมีมติคงเพดานการผลิต
น้ำมัน NYMEX ร่วง 2.40 ดอลล์เช้านี้ หลังโอเปคมีมติ คงเพดานการผลิต
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกที่ตลาดสิงคโปร์ ร่วงลงกว่า 5% ในช่วงเช้านี้ หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ตัดสินใจคงเพดานการผลิตในระดับปัจจุบันเอาไว้ แต่จะประเมินสถานการณ์ในตลาดน้ำมันและทบทวนเพดานการผลิตอีกครั้งในการประชุม ครั้งต่อไปวันที่ 28 พ.ค.
ณ เวลา 7.40 น.ตามเวลาสิงคโปร์ในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 5.2% แตะที่ 43.85 ดอลลาร์/บาร์เรล จากระดับปิดที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 46.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
ที่ประชุมโอเปคมีมติคงเพดานการผลิตในปัจจุบันเอาไว้จนถึงเดือนพ.ค.และจะมี การประเมินสถานการณ์ในตลาดพลังงานและเพดานการผลิตอีกครั้งในการประชุมครั้ง ต่อไปซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 28 พ.ค.นี้ โดยปัจจุบันเพดานการผลิตน้ำมันของโอเปคอยู่ที่ 24.84 ล้านบาร์เรล/วัน หลังจากชาติสมาชิกตัดสินใจลดเพดานการผลิตลง 4.2 ล้านบาร์เรล/วันเมื่อปีที่แล้ว เพื่อสกัดกั้นราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนัก
โอมาร์ อิบราฮิม โฆษกโอเปคกล่าวภายหลังการประชุมว่า ในช่วงต้นของการประชุมนั้น โอเปคได้หยั่งเสียงชาติสมาชิกว่าต้องการลดเพดานการผลิตในปัจจุบันลงหรือไม่ และประเมินปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในปัจจุบัน จากนั้นจึงมีมติให้คงเพดานการผลิตเอาไว้ที่ระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม โอเปคจะต้องประเมินสถานการณ์ในตลาดน้ำมันอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไปวัน ที่ 28 พ.ค.
"นักลงทุนส่วนใหญ่ประหลาดใจที่โอเปคไม่ดำเนินการใดๆใน การประชุมครั้งนี้ ทั้งๆที่ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก จึงได้ตัดสินใจเทขายสัญญาน้ำมันดิบทันที และทำให้บรรยากาศการซื้อขายในช่วงเช้านี้ซบเซาลงมาก" โทบี ฮัสซัล นักวิเคราะห์ด้านวิจัยพลังานจาก Commodity Warrants Australia Pty ในซิดนีย์กล่าว
ที่มา:สำนักข่าวอินโฟเควสท์
โดย Mboy เวลา 09:39 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
11 มีนาคม 2552
น้ำมันดิบร่วง 1.36 ดอลล์
น้ำมันดิบร่วง 1.36 ดอลล์,EIA ลดคาดการณ์อุปสงค์
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดร่วงลงเมื่อวานนี้ (10 มี.ค.) หลังปิดตลาดในแดนบวกติดต่อกัน 2 วัน โดยราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากการที่รัฐบาลสหรัฐปรับลดตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์สำหรับปี 2009 และในขณะที่เทรดเดอร์รอดูตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนเม.ย.ดิ่งลง 1.36 ดอลลาร์ หรือ 2.89 % มาปิดตลาดที่ 45.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.33-48.32 ดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย.ที่ตลาดกรุงลอนดอนร่วงลง17เซนต์ หรือ 0.4 % ปิด 43.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 43.61-45.77 ดอลลาร์
โดย Mboy เวลา 09:50 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
09 มีนาคม 2552
ประชุมโอเปค 15 มี.ค
จับตา 15 มี.ค.นี้ ประชุมโอเปค
เฮดจ์ฟันด์รายใหญ่คาดราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ $60 หากโอเปคลดกำลังการผลิต 15 มี.ค.นี้
ปิแอร์ อองดูรองด์ ผู้บริหารบริษัท BlueGold Capital Management LLP ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ของอังกฤษ คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งขึ้น 37% แตะที่ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล หากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) มีมติลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 15 มี.ค.ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นการลดกำลังการผลิตครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีพ.ศ.2551 เพื่อสกัดกั้นการร่วงลงของราคาน้ำมัน
"จนถึงขณะนี้กลุ่มโอเปคได้พร้อมใจกันลดกำลังการผลิต และคาดว่าพวกเขาจะเห็นพ้องให้ลดการผลิตลงอีกในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะหนุนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับ 60 ดอลลาร์ทันที" อองดูรองด์กล่าว
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ดีดตัวขึ้น 13% ในช่วง 2-3 วันทำการในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มโอเปคซึ่งผลิตน้ำมันได้กว่า 40% ของผลผลิตทั่วโลก อาจลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือนนี้ หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดว่าดีมานด์พลังงานในปีนี้จะร่วงลงหนักสุดในรอบ 27 ปี และหลังจากสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 7.7% ในปีนี้ ซึ่งเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี
อองดูรองด์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นเร็วๆนี้ และคาดว่ารัฐบาลและธนากลางทั่วโลกจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอีกหลายล้าน ล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและรับมือกับวิกฤตการณ์การเงินที่ลุกลามไปทั่วโลก ขณะที่มูลค่าในตลาดหุ้นทั่วโลกหายวับไปกว่า 31 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
"ในอีก 2-3 ปีข้างน้านี้เราจะได้เห็นภาวะเงินฝืด มากกว่าเงินเฟ้อ และคาดว่าการที่เศรษฐกิจโลกจะหลุดพ้นจากภาวะถดถอยได้นั้นต้องอาศัยเวลาอีก หลายปี โดยเฉพาะหากรัฐบาลไม่ใช้มาตรการที่แข็งแกร่งเพียงพอ" อองดูรองด์กล่าว
Hedge Fund Research ระบุว่า เฮดจ์ฟันด์ทั่วโลกขาดทุน 19%โดยเฉลี่ยในปี 2551 ซึ่งถือเป็นปีที่ทำรายได้ต่ำสุดนับตั้งแต่ Hedge Fund Research เริ่มรวบรวมข้อมูลในปีพ.ศ.2533 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน
ที่มา :สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา
โดย Mboy เวลา 09:16 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
05 มีนาคม 2552
น้ำมันพุ่ง3.73ดอลล์
ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์พุ่ง 3.73 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ 45.38 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และน้ำมันเบรนท์ ตลาดลอนดอน ปิดบวก 2.42 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดตลาดที่ 46.12 ดอลลาร์สหรัฐ
โดย Mboy เวลา 09:42 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
