ราคาทองคำพุ่งทะลุ 1000 ดอลลาร์สหรัฐ
ลอนดอน - ผู้ค้าเผยว่า ราคาทองคำพุ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ในการซื้อขายวันนี้ เป็นราคาสูงสุดในรอบ 18 เดือน เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าทำให้ความต้องการทองคำมากขึ้น
ราคาทองคำทะยานแตะออนซ์ละ 1,007.70 ดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดลอนดอน เป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือน มี.ค. 2551 ซึ่งราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,032.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ราคาทองคำเคยพุ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มาแล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนราคาดิ่งลง
โดยราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นวานนี้มาจากปัจจัยที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลอื่น ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
09 กันยายน 2552
ราคาทองคำพุ่งทะลุ 1000 ดอลลาร์สหรัฐ
โดย Mboy เวลา 08:41 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ทองคำ
ทองพุ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์
"ทองพุ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์ "
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศธนคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันอังคารที่ 8 กันยายน 2552 ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก อาทิ ค่าเงินยูโร ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย หลังจากการประชุม รมว.คลังและผู้นำธนาคารกลางของกลุ่มประเทศจี-20 มีมติว่า จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินและการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ส่งผลให้นักลงทุนยังคงลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ สินค้าโภคภัณฑ์และหุ้น
โดยวานนี้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปิดปรับตัวอยู่ในแดนบวก ขณะที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์/ออนซ์ สูงสุดที่ 1007.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ.หลังนักลงทุนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อระลอกใหม่ ส่งผลให้คำสั่งซื้อทองในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยได้เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัยของสหรัฐ อาทิ ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนกรกฎาคมจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ โดยตลาดคาดการณ์ว่า สหรัฐจะขาดดุลการค้า 2.735 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นจาก 2.701 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน อีกทั้งการประชุมของ OPEC ในวันนี้ (9/9) เป็นอีกประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ โดยรัฐมนตรีว่าการน้ำมันส่งสัญญาณว่าโอเปกอาจคงกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมครั้งนี้
ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันอังคาร (8/9) ที่ระดับ 34.04/05 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดวันจันทร์ (7/9) ที่ระดับ 34.04/05 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงบ่ายค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ทิศทางเดียวกับภูมิภาค หลังจากค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.03-34.0575 บาท/ดอลลาร์ และปิดตลาดที่ระดับ 34.03/04 บาท/ดอลลาร์
โดย Mboy เวลา 08:39 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ทองคำ
นักลงทุนแห่ลงทุนโวลุ่มสูงสุดในรอบสองปี
นักลงทุนแห่ลงทุนโวลุ่มสูงสุดในรอบสองปี
กรุงเทพฯ - รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดตัวและยืนในแดนบวกได้ตลอดทั้งวัน ตามตลาดหุ้นเอเชียที่พุ่งขึ้น ระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ระดับ 696.34 จุด ลดลงต่ำสุดที่ระดับ 683.62 จุด จนมาปิดตลาดที่ระดับ 691.73 จุด เพิ่มขึ้น 9.16 จุด หรือร้อยละ 1.34 ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่น 42,674.65 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 ปี จากวันที่ 24 ก.ค.50 มูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 43,880.11 ล้านบาท
นอกจากนี้ดัชนีตลาดหุ้นยังปิดสูงสุดรอบ 1 ปีด้วย จาก 19 ส.ค.51 ปิดที่ระดับ 691.33 จุด ส่วนตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ปิดที่ระดับ 191.59 จุด ลดลง 0.12 จุด มูลค่าซื้อขาย 471.19 ล้านบาท
ด้านสัดส่วนการลงทุน แบ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 5,433.62 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4,177.67 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 1,255.95 ล้านบาท นายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผอ.อาวุโส บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่องจากวันก่อน ตามทิศทางตลาดเอเชียที่เพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด หลังเงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าภูมิภาค เป็นผลจากตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในเอเชียเริ่มกระเตื้องขึ้นชัดเจน อีกทั้งราคาน้ำมันดิบล่วงหน้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคาร
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ ( 9 ก.ย.) มองว่า ดัชนีอาจแกว่งตัวผันผวนทั้งบวกและลบสลับกัน เนื่องจากช่วง 2 วันที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นแรง จึงอาจมีแรงขายทำกำไรออกมา บวกกับนักลงทุนยังกังวลกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตัดสิน 44 ส.ส. ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานรัฐและหุ้นในกิจการสื่อ ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
ประเมินแนวรับที่ระดับ 680-683 จุด และแนวต้าน 697-700 จุด ด้านกลยุทธ์ เมื่อดัชนีแกว่งขึ้นแนะนำเทขายทำกำไร
โดย Mboy เวลา 08:38 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
แรงไม่เลิก!!
แรงไม่เลิก!!
ดัชนีหุ้นวันที่ 8 ก.ย.52 ปิดที่ 691.73 จุด เพิ่มขึ้น 9.16 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 42,674.65 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,169 ล้านบาท สถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,253.70 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยขายสุทธิ 5,422.75 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด นำโดย PTT ปิดที่ 253 บาท เพิ่มขึ้น 8 บาท, TOP ปิดที่ 45.75 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท, PTTEP ปิดที่ 143.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท, KBANK ปิดที่ 76.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาทและ PTTAR ปิดที่ 25.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส หุ้นไทยขึ้นแรงตามตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวขึ้นแรงทั้งภูมิภาค ขณะที่กระแสเงินทุนไหลเข้ายังทะลักเข้ามาอย่างหนาแน่น เห็นได้จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ
ขณะที่ 4 หุ้นร้อนเครือ ปตท.ยังแรงไม่เลิก กับประเด็นการควบรวมกิจการ หนุนให้มีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้น TOP, IRPC, PTTAR และ PTTCH คึกคัก
มองแนวโน้มตลาดระยะสั้นว่า ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อ แต่เตือนว่าตลาดเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น หลังดัชนีปรับตัวขึ้นแรงและราคาหุ้นหลายตัวทะยานขึ้นมาเกินราคาเป้าหมาย ดังนั้นจึงต้องลงทุนด้วยความระมัดระวัง
ส่วนพวกคันไม้คันมืออยากเล่น แนะให้เลือกหุ้นที่มีข่าวหรือมีสตอร์รี่หนุนที่ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ ทั้งการควบรวมกลุ่ม ปตท. ขณะที่กลุ่มสื่อสารก็หนีไม่พ้นข่าวประมูลใบอนุญาต 3G แม้ช่วงสั้นอาจต้องระวังแรงขายทำกำไรหลังราคาขึ้นมาแรง แต่ก็น่าเล่นรอบได้ตามข่าว
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น เล่นตามรอบ ขึ้นขาย-ลงซื้อ ขึ้นขาย โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 710-715 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 690 จุด
ปิดท้าย มีข่าวโกลด์แมนแซคส์ประเมินเศรษฐกิจเอเชียส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยข้อมูลเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจเอเชียขยายตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้
และขณะนี้ ธนาคารกลางทั้งหมดของประเทศในเอเชียได้หยุดการลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว และอาจพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในต้นปีหน้า
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารกลางจากกลุ่มจี 20 ได้ร่วมแถลงว่า ธนาคารกลางทั่วเอเชียอาจยังไม่ยกเลิกการใช้นโยบายการคงอัตราดอกเบี้ย
ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
และการอัดฉีดงบมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ฯก่อนที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างแท้จริง!!
โดย Mboy เวลา 08:37 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
03 กันยายน 2552
ตลาดป่วนระบบซื้อขายล่ม
ตลาดป่วนระบบซื้อขายล่ม ต้นตอโบรกฯคีย์"2S"ไม่ได้
ระบบซื้อขายหุ้นล่ม ตลาดเลื่อนเปิดเทรดภาคเช้า 1 ชั่วโมงเป็น 11.00 น. เผยต้นตอเกิดจากโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ไม่สามารถรองรับคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีตัวย่อเป็นตัวเลขนำหน้าได้ ส่งผลหุ้น "เซาท์เทิร์นสตีล" ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น S2 ยอมรับกระทบคำสั่งซื้อขายต่างประเทศ
ตลาดหลักทรัพย์รายงานว่า วานนี้ (2 ส.ค.) ในช่วงก่อนเปิดตลาดซื้อขายภาคเช้า ระบบส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทสมาชิกจำนวนหนึ่ง ขัดข้องไม่สามารถคำสั่งเข้ามายังระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ ตลาดจึงได้เปิดระบบการส่งคำสั่งซื้อขายสำรองเพื่อให้สมาชิกที่มีปัญหาส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามายังระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ จนกว่าจะแก้ไขระบบส่งคำสั่งของสมาชิกแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังมีบริษัทสมาชิกบางรายที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการประสานงานกับบริษัทสมาชิกดังกล่าว จึงขอแจ้งเลื่อนเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ในภาคเช้า โดยจะเปิดช่วง pre-open ในเวลา 10.30 น. และจะเปิดซื้อขายปกติตั้งแต่เวลา 11.00 น. สำหรับตลาดอนุพันธ์จะเลื่อนเปิดทำการซื้อขายเป็นตั้งแต่เวลา 10.45 น. ส่วนตลาดตราสารหนี้ เปิดทำการซื้อขายปกติ
ทั้งนี้ตลาดระบุว่า ระบบการซื้อขายหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ มีประสิทธิภาพและมีความพร้อมในการรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานสากล รวมทั้ง มีระบบสำรองที่พร้อมรองรับกรณีเกิดปัญหา เพื่อให้สามารถทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นในการ ซื้อขายภาคเช้าวานนี้ เกิดจากระบบการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทสมาชิกที่พัฒนาโดยผู้พัฒนาระบบรายหนึ่งในการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ ของ บริษัทเซาท์เทิร์นสตีล ซึ่งใช้ชื่อย่อว่า "2S" ไม่ได้ทำให้ตลาดเลื่อนเวลาเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ออกไป 1 ชั่วโมง
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จึงเสนอแนะมายังตลาดว่า เนื่องจากมีบริษัทสมาชิกจำนวน 16 ราย ซึ่งใช้โปรแกรมการซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้จัดทำโปรแกรมรายหนึ่ง ไม่สามารถรองรับหุ้น 2S เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิค จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาในการซื้อขาย ทำให้ต้องมีการเลื่อนการเปิดการซื้อขาย จึงเสนอตลาดหลักทรัพย์ฯ พิจารณาเปลี่ยนชื่อหุ้นจาก 2S ให้ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเช่นปกติ
ดังนั้น บริษัท เซาท์เทิร์นสตีล จึงแจ้งเปลี่ยนชื่อย่อใหม่ จาก “2S” เป็น “S2” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. เป็นต้นไป
ด้านนายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า หลังจากระบบการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เกิดปัญหาขัดข้อง ประเมินว่าคงไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น แต่จะกระทบคำสั่งซื้อขายจากต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามาในช่วงเช้า ดังนั้นคงต้องประเมินผลเสียหายที่เกิดขึ้น
"ปัญหาการซื้อขายขัดข้องคงไม่มีผลกระทบในเรื่องของราคาหุ้น เพราะตลาดได้ขึ้นเครื่องหมาย H หุ้นทุกตัวเพื่อแฟร์กับนักลงทุน แต่จะกระทบคำสั่งซื้อขายจากต่างประเทศที่เข้ามาในช่วงเช้า"
นายวิเชฐ ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของการเข้ามาจดทะเบียนของหุ้นใหม่ว่า ปีนี้ อาจจะไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้จำนวน 35 บริษัท แม้ยังคงมีอีกกว่า 10 บริษัท ที่พร้อมเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงที่เหลือของปี และเมื่อรวมก่อนหน้าที่เข้าจดทะเบียนแล้ว 10 บริษัท ก็จะรวมได้กว่า 20 บริษัท ในปีนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจแล้ว
นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซิกโก้ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นช่วงเช้าเคลื่อนไหวในแดนลบ ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับลดลง แต่ถือว่าหุ้นไทยลดลงไม่มากนัก เพราะได้อานิสงส์มาจากการที่ ตลาดหลักทรัพย์ เลื่อนเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 11.00 น. ส่งผลให้นักลงทุนพิจารณาเลือกหุ้นในการลงทุนมากขึ้น ประกอบกับหุ้นต่างประเทศเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้น หรือติดลบน้อยลง
รายงานข่าวจาก บล.ธนชาต กล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์ เปิดการซื้อขายหุ้นในช่วงเช้าช้าไป 1 ชั่วโมง ส่งผลให้ดัชนีปรับลงตามต่างประเทศไม่มาก โดยอ่อนตัวลงต่ำสุดเพียง 647.68 จุด และดีดขึ้นหลังจากที่เปิดอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งยังมีแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่ เช่น ปตท. แต่มีแรงสลับซื้อกลุ่มธนาคาร ทำให้ดัชนีแกว่งออกข้างถึงแกว่งลง
ขณะที่ดัชนีหุ้นวานนี้ (2 ก.ย.) ปิดตลาดที่ระดับ 654.12 จุดไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีปริมาณการซื้อขายรวม 1.4 หมื่นล้านบาท
โดย Mboy เวลา 08:35 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
เกาะกระดานหุ้น
เกาะกระดานหุ้น
๐ คงพูดได้เต็มปากว่าหุ้น เซาท์เทิร์นสตีล (2S) เป็นหุ้นที่พกดวงมาด้วยจริงๆ เพราะวานนี้ (2 ก.ย.) ซึ่งเป็นวันเข้าเทรดวันแรก ก็เจอทั้งตลาดหุ้นดาวน์โจนส์ไม่เอื้อ ตลาดหุ้นไทยก็ไม่หนุนส่ง ซ้ำร้าย ระบบซื้อขายของตลาดหุ้นเกิดปัญหาจนต้องเลื่อนเวลาเปิดเทรดไป 1 ชั่วโมง แต่ สมบัติ ลีสวัสดิ์ตระกูล ซีอีโอ 2S ก็ไม่หวาดหวั่นแต่อย่างใด เพราะได้กำลังใจดีจากเจ้าสัว “ชาตรี โสภณพนิช” ในฐานะที่เป็นเขยเล็กนั่นเอง...เมื่อเปิดเทรดจริงใน 11.00 น. ราคาหุ้น 2S ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ราคากระโดดขึ้นไปเปิดที่ 2.50 บาท จากราคาไอพีโอที่ 1.90 บาท และปีที่ 2.86 บาท เพิ่มขึ้น 50.52% วอลุ่ม 125 ล้านบาท แต่มีเสียงกระซิบบอกมาว่า ให้จับตาราคาหุ้นวันนี้ (3 ก.ย.) อาจสร้างปาฏิหาริย์อีก เพราะวานนี้มีหลายโบรกที่ไม่สามารถส่งออเดอร์ซื้อหุ้น 2S ได้ เพราะระบบที่ขัดข้องนั่นเอง
๐แค่พักฐาน รอข่าวมาหนุนรอบใหม่ สำหรับหุ้นกลุ่มไมด้า โดยเฉพาะ ไมด้า ลิสซิ่ง (ML) ที่มีข่าวว่าได้รับความสนใจจาก APF Group จากญี่ปุ่นจะเข้ามาเทคโอเวอร์ แต่ยังตกลงเรื่องราคากันไม่ได้ APF เสนอมาที่ราคาเท่า Book Value ที่ 0.28 บาทต่อหุ้น แต่ทางเจ้าของ ML ต้องการมากกว่านั้น มีสายข่าวบอกด้วยว่า ยังมีแบงก์ไทยเครดิต ที่ให้ความสนใจด้วย เสนอซื้อมาที่ 0.30 บาท แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของเสี่ย กมล เอี้ยวศิวิกูล เช่นกัน ข่าวบอกว่า ถ้าพูดกันที่ 0.32 บาท ก็ยังพอมีลุ้น.....ว่าแต่จะกล้าหรือเปล่า ช่วงนี้ใครที่คิดจะเข้า หรือคิดจะรวย คิดจะเสี่ยงโชค อย่าบุ่มบ่าม ที่สำคัญต้องเกาะติดข่าวคราวความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ...วานนี้ ML ปิดตลาดที่ 0.14 บาท ลดลง 0.01 บาท หลังจากที่โดนลากขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ 0.17 บาท ส่วนหุ้นในเครือไมด้า ก็ถูกเทขายทำกำไรกันยกแผงเช่นกัน
๐วานนี้บรรดาผู้บริหารบริษัทใหญ่ พาเหรดรายงานขายหุ้นกันอย่างคึกคัก สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) รายงานขาย 2 ล้านหุ้นที่ 0.74 บาทต่อหุ้น งานนี้ขายต่ำกว่าราคาพาร์ ไม่รู้คิดอย่างไร แถมมองสวนทางกับ ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ที่มีแต่เก็บ BMCL เข้าพอร์ตอย่างเดียว ด้าน วิชา พูลวรลักษณ์ เจ้าของเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) รายนี้ก็ไม่เบารายงานขายไปตั้ง 7 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 7.80 บาท พอพลิกไปดูราคาหุ้น ก็ไม่แปลกใจ เพราะราคาหุ้นหมู่นี้ ยังวิ่งแรงไม่หยุด และยังทำสถิติรอบปีนี้ไปแล้วที่ 8.25 บาท เอ้าบรรดาผู้บริหารเขารู้จังหวะขายกันดีจริงๆ ขอแสดงความนับถือ รับทรัพย์กันกระเป๋าตุงจริงๆๆๆๆ
๐มาแรงอีกตัวหุ้นบริษัทผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี (CCP) อยู่ดีๆ วิ่งมาจากแรงเก็งกำไรเข้ากระหน่ำ ล่าสุดปิดตลาดที่ 1.14 บาท เพิ่มขึ้น 0.26 บาทคิดเป็น 29.55% ไม่รู้ว่าจะมีข่าวดีอะไรรึเปล่า แต่พอดูข้อมูลย้อนหลังเห็นแล้วหวั่นใจ บอกไม่ถูกเพราะถ้าพิจารณาปัจจัยพื้นฐานแล้วท่าทางไม่ค่อยดี เพราะขนาดผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นในงบการเงิน ใครจะเข้าร่วมวงคิดให้ดี เพราะตอนนี้ราคากำลังวิ่งไต่ระดับยอดดอยแล้ว
โดย Mboy เวลา 08:33 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย, หุ้น
