สื่อต่างชาติเกาะติดเหตุประท้วงในไทย
กรุงเทพฯ - สื่อต่างชาติพากันเกาะติดเหตุประท้วงในไทย โดยเว็บไซต์ของบีบีซีถึงกับยกให้ข่าวนี้เป็นข่าวเด่นอันดับ 1 ในหน้าเว็บไซต์ พร้อมพาดหัวว่า กรุงเทพฯ เตรียมรับมือเหตุประท้วงต่อต้านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เว็บไซต์ข่าวชั้นนำของโลก ทั้งบีบีซีและซีเอ็นเอ็นต่างรายงานข่าวไปในทางเดียวกันว่า กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่นคนซึ่งหนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มาชุมนุมกันในกรุงเทพฯ เพื่อไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ทางการต้องจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ทั่วกรุงเทพฯ
เว็บไซต์บีบีซี ยังจัดทำหน้าพิเศษ เพื่อแนะนำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์รับทราบรายละเอียดของการประท้วงครั้งนี้ โดยให้ข้อมูลว่า หลังจากได้นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม คนไทยบางคนก็หวังว่า เหตุประท้วงจะยุติได้ในที่สุด แต่แล้วกลับดูเหมือนว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองยิ่งบานปลายออกไปอีก
หน้าพิเศษของเว็บไซต์บีบีซี ยังพุ่งเป้าไปที่แหล่งพำนักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเวลานี้ โดยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า ตัวเองเป็นพลเมืองโลก และเขาก็มักจะเดินทางเข้าออกดูไบ จีน อังกฤษ หรือฮ่องกง อยู่บ่อยครั้ง และแม้จะยังไม่ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ วางเป้าหมายในระยะยาวไว้อย่างไร แต่ก่อนหน้านี้ เขาเคยลั่นวาจาว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป แต่ท้ายสุด เขาก็กลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกจนได้ ผ่านการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงในครั้งนี้
ส่วนเว็บไซต์เดอะ สเตรทส์ ไทมส์ของสิงคโปร์ ที่มักเกาะติดการเมืองของไทยอยู่เป็นประจำ ก็ได้ยกให้ข่าวการประท้วงในไทยเป็นหนึ่งในข่าวเด่นเช่นกัน โดยพาดหัวข่าวว่า “Bring Thaksin backW หรือหมายถึงว่า “ให้ทักษิณกลับมา” พร้อมตีพิมพ์ภาพกลุ่มผู้ประท้วงที่หนุน พ.ต.ท.ทักษิณ
สำนักข่าวเอพีตีพิมพ์บทความมองว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับนายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ ที่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงกดดันให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งตอนนี้ นายอภิสิทธิ์ มีอยู่ 2 ทางเลือกในการแก้ปัญหา คือ การกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรง แต่วิธีนี้เสี่ยงต่อการที่สถานการณ์จะบานปลายร้ายแรงกว่าเดิม กับอีกวิธีคืออยู่นิ่งๆ แล้วปล่อยให้กลุ่มผู้ประท้วงสลายตัวกันไปเอง
นายไมเคิล มอนเตซาโน นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ มองว่าทางที่ดีที่สุดที่นายอภิสิทธิ์สมควรทำในตอนนี้คือการคงไว้ซึ่งจุดยืน ต่อต้านเหตุรุนแรง แล้วปล่อยให้การประท้วงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ยังรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้ กลุ่มผู้ประท้วงก็ไม่สามารถคุกคามรัฐบาลชุดนี้ได้ แต่ในขณะเดียว นายอภิสิทธิ์ไม่ควรแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น เพราะจะทำให้กลุ่มผู้ประท้วงยิ่งเหิมเกริมหนัก และอาจส่งผลให้กองทัพออกมาก่อรัฐประหารอีกรอบ
ที่มา:สำนักข่าวไทย
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
09 เมษายน 2552
โดย Mboy เวลา 09:29 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: เศรษฐกิจไทย
แนวต้านหุ้นไทย
บล. กิมเอ็งให้แนวต้านหุ้นไทยหลังสงกรานต์ไว้ที่ 450 จุด หากการเมืองไม่รุนแรง
| นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง กล่าวในรายการก้าวทันตลาดทุน ทาง Money Channel ว่า บล. กิมเอ็งมองว่าสถานการณ์การเมืองในวันนี้ไม่น่าเกิดความรุนแรงขึ้น แต่ก็ยังต้องติดตามต่อไปว่าทุกฝ่ายจะประนีประนอมได้หรือไม่ ซึ่งหากปัญหายังยืดเยื้อต่อไป ก็เชื่อว่าดัชนีจะไม่สามารถไปได้ไกล หรือยังแกว่งตัวได้ในกรอบแคบ ๆ (Sideway) แต่หากสถานการณ์ไม่รุนแรงและนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น ก็อาจทำให้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นได้ (Sideway Up) อย่างไรก็ตาม หากต่างชาติซื้อน้อยลง และปัญหาการเมืองยังไม่สงบ ก็จะกดดันให้ดัชนีซึมตัวลงได้เช่นกัน โดยบล. กิมเอ็งได้ให้แนวต้านแรกหลังช่วงสงกรานต์ไว้ที่ 450 จุดในกรณีที่การเมืองไม่รุนแรง โดยเชื่อว่าดัชนีไม่น่าจะปรับลดลงอย่างหนักเนื่องจากราคาหุ้นไทยยังถูกและ นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนก็ยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการของภาคเอกชนสหรัฐฯ ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวในอนาคต และยังต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานมีมูลค่าตลาดมากเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดรวม ดังนั้น จะมีผลต่อดัชนีด้วยหากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น บล. กิมเอ็งยังได้แนะนำให้ลงทุนหุ้นบมจ. ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) โดยเชื่อว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/52 มีแนวโน้มฟื้นตัวได้จากไตรมาส 4/51 หลังจากราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้มีกำไรจากสต็อกน้ำมันได้ อีกทั้งค่าการกลั่นยังมีแนวโน้มที่ดีกว่าไตรมาส 4/51 อีกด้วย ขณะเดียวกันธุรกิจอะโรเมติกส์ก็ยังได้รับผลดีจากราคาอะโรเมติกส์ที่ยังปรับ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อ PTTAR เช่นกัน ขณะที่ราคาหุ้นยังปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดียวกันอีกด้วย จึงยังน่าสนใจลงทุน บล. กิมเอ็งแนะนำให้ "ซื้อเก็งกำไร" หุ้น PTTAR โดยให้ราคาที่เหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานไว้ที่ 10.90 บาท |
โดย Mboy เวลา 09:28 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
เขียวเย้ยแดงเดือด!!
เขียวเย้ยแดงเดือด!!
[9 เม.ย. 52 - 02:47]
ดัชนีหุ้นวันแดงเดือด 8 เม.ย. ปิดที่ 443.57 จุด เพิ่มขึ้น 1.01 จุด บวกเขียวสวนกระแสเสื้อแดง ขณะที่มีมูลค่าซื้อขาย 8,888.80 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 195 ล้านบาท
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ชี้มีแรงซื้อหุ้นช่วงท้ายตลาดดันดัชนีปิดบวกได้เหนือความคาดหมายเป็นผลจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่มีเหตุรุนแรงทำให้คลายความกดดัน
ขณะที่มองทิศทางตลาดระยะสั้นว่ามีโอกาสปรับลง หลังต่างชาติ กังวลกับผลประกอบการของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่จะทยอยออกมาสัปดาห์หน้า ทั้งโกลด์แมนแซคส์, เจพี มอร์แกน, ซิตี้กรุ๊ป และเมอร์ริลลินช์ รวมทั้ง มอร์แกนสแตนเลย์, เวลล์ฟาร์โก และแบงก์ออฟอเมริกา
แนะกลยุทธ์การลงทุนให้ชะลอดูจังหวะที่จะเข้าซื้อที่ดัชนีบริเวณ 420 จุด เนื่องจากระดับนี้โอกาสหรือความเสี่ยงที่ตลาดจะปรับตัวลงมีไม่มากแล้ว หากการชุมนุมไม่มีเหตุรุนแรง ขณะที่มองแนวต้านไว้ที่ 435-444 จุด
“ภัทรียา เบญจพลชัย” ผู้จัดการตลาดหุ้น ยอมรับว่าสถานการณ์ การเมืองสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศและมีผลต่อทิศทาง ตลาดจึงขอให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด!!
ปิดท้ายมีข่าว BEC คุยโว เศรษฐกิจซบไม่กระทบรายได้ แถมมั่นใจผลงานไตรมาส 2 จะดีกว่าช่วงปีก่อน เพราะเป็นช่วง High Season และทั้งปี 52 ก็น่าจะดีกว่าปี 51
เนื่องจากธุรกิจสื่อทีวีมักได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าอุตสาหกรรม อื่น แม้จีดีพีหรือเศรษฐกิจจะลดลงหรือติดลบแค่ไหนแต่กำลังซื้อของผู้บริโภคภายใน ประเทศยังขับเคลื่อนไปได้ ทำให้มีโฆษณาสินค้าผ่านสื่อทีวีอยู่โดยอุตสาหกรรมโฆษณาเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ตั้งแต่ มี.ค.
ขณะที่ผลการออกไปโรดโชว์ที่ฮ่องกง พบว่าต่างชาติยังสนใจลงทุนในบริษัทดูจากการเข้าฟังข้อมูลของผู้จัดการกองทุนจำนวนมาก
และหวังว่ารายย่อยน่าจะสนหุ้น BEC บ้างเพราะกำไรยังโตได้ดี ขณะที่ยังจ่ายปันผลสม่ำเสมอไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิ!!
โดย Mboy เวลา 09:27 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
08 เมษายน 2552
ข่าวห้องค้า 8 เม.ย.52
ข่าวห้องค้า
ไทยเอ็นวีดีอาร์ขายหุ้นดีแทค
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2552 จำนวน 0.04% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 4.99% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ขายหุ้นไทยบริการ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัทไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 0.16% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 4.96% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นแลนด์ฯ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 0.8% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 15.74% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
อีสเทิร์นไวร์ซื้อหุ้นอีเอ็มซี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทอีเอ็มซี โดย บริษัทอีสเทิร์นไวร์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 1.14% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 6.177% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
FIL ซื้อหุ้นเอพี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (เอพี) โดย FIL LIMITED FMR LLC เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2552 จำนวน 0.16% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 5.03% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นแอล.พี.เอ็น.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทแอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 1.18% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 16.07% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้น บล.ภัทร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัท บล.ภัทร โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2552 จำนวน 0.08% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 10.01% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
บีฟิทเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจ
บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2552 เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 มีมติให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขอำนาจกรรมการ เป็นดังนี้ "นายวิษณุ เครืองาม นางกิ่งเทียน บางอ้อ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และนางศิริพร มณีพันธ์ กรรมการสองในสี่คนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท"
ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่นางศิริพร มณีพันธ์ ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้เป็นกรรมการ (มีอำนาจ) ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำขอรับความเห็นชอบ
แคล-คอมพ์ยอดขายโต
บริษัทแคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) แจ้งยอดขายรายเดือนประจำเดือนมี.ค.2552 โดยมียอดขายจำนวน 8,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 7,724 ล้านบาท หรือ 2% ขณะที่ยอดรายได้จากเดือนมกราคมถึงมี.ค.2552 รวมเป็นจำนวน 24,132 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 2% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2551
ไทยพาณิชย์ตั้งกรรมการ
ธนาคารไทยพาณิชย์ แจ้งว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ครั้งที่ 186 เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 ได้มีมติแต่งตั้งให้ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ ดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารแทน นางพันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ ซึ่งขอลาออกจากการเป็นกรรมการธนาคาร ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2552
โดย Mboy เวลา 09:46 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น
เกาะกระดานหุ้น
เกาะกระดานหุ้น :
๐จับตาการเมืองจะร้อนฉ่าประการใด จะเกิดความวุ่นวาย หรือเกิดเหตุรุนแรงตามมาจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป่านกหวีดชุมนุม ใหญ่ ในวันนี้ (8 เม.ย.) จะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวานนี้ดัชนีหุ้นที่ปิดตลาดที่ 442.56 จุด ลดลง 3.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 13,353 ล้านบาท ที่น่าจับตานักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิอีก 1,332 ล้านบาท ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ กิริฎา เภาพิจิตร จากธนาคารโลก หวั่นการเมืองฉุดจีดีพีไทยปีนี้ติดลบ 4.9%
๐ชัดเจนระดับหนึ่งแล้วว่าคำสั่งของรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ที่ให้ปิดบ่อฝังกลบขยะของบริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ที่ จ.สระบุรีนั้น ยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลความผิดก่อน แต่ราคาหุ้น BWG ไม่รอช้า รับข่าวล่วงหน้าไปแล้ว โดยปิดที่ 1.50 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 6.25% สุทัศน์ บุณยอุดมศาสตร์ รองกรรมการผู้จัดการ สายบัญชีและการเงิน BWG ขอแจงไปถึงนักลงทุนและลูกค้าว่า แม้ว่าจะถูกปิดหลุมฝังกลบจริง รายได้ก็ไม่สะเทือน เพราะตอนนี้มีโครงการระยะยาว 1 โครงการ มูลค่า 412 ล้านบาท รับรู้รายได้ 3 ปี มาช่วยประคองรายได้แล้วจ้า!!!!!
๐ด้านบทวิเคราะห์ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ มองบริษัทการบินไทย (THAI) ประชุมนักวิเคราะห์นัดพิเศษ และได้รับความสนใจอย่างคึกคัก ทั้งนักวิเคราะห์และกองทุนแห่เข้าร่วมรับฟังสาระสำคัญของแผนการปรับโครง สร้างองค์กร และแนวโน้มผลประกอบการ โดยแผนแบ่งเป็น 2 ระยะได้แก่ระยะเร่งด่วนในปี 2552 ครอบคลุมถึงเรื่องการเพิ่มรายได้ควบคุมค่าใช้จ่ายสร้างความมั่นใจ ขณะที่แผนระยะที่ 2 จัดทำแผนฝูงบิน ปรับโครงสร้างธุรกิจและต้นทุน พัฒนาองค์กร บุคลากร รวมถึงเทคโนโลยี และแผนปรับโครงสร้างทางการเงินระยะยาว
๐ในที่ประชุมผู้บริหาร เน้นแผนเร่งด่วนโดยเฉพาะการลดต้นทุน ตั้งเป้าหมายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และได้คาดการณ์ผลประกอบการปีนี้จะพลิกเป็นกำไร หากลดต้นทุนได้แถม EBIDA จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท รวมทั้งแสดงความมั่นใจมากในผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปีนี้ เพราะราคาน้ำมันปรับลงและปริมาณผู้โดยสารไม่ลดลงอย่างที่คาดไว้
๐ถึงแม้จะฟังแล้วนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังไม่มั่นใจผลประกอบการของ THAI จะพลิกฟื้นได้จริงตามที่ผู้บริหารคาด รวมถึงยังสงสัยว่าแผนการลดต้นทุนราว 1 หมื่นล้านบาท จะดำเนินการได้จริงหรือไม่ แต่หลังการประชุมและการตอบคำถามของผู้บริหาร นักวิเคราะห์ในตลาดจะเริ่มมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นกับ THAI และคาดจะมีการปรับประมาณการปี 2552 และราคาเหมาะสมขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ.....จับตาดูกันต่อไป เกาะกระดานว่า ข้อสำคัญเลยนะ หากม็อบไม่รุนแรง ทั้งหมดก็มีลุ้น!!!!!!
โดย Mboy เวลา 09:44 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น
ถือเงินสด รอดู
ถือเงินสด รอดูสถานการณ์การเมือง
สภาพตลาดวันวาน :
ภาคเช้าการปรับฐานของตลาดหุ้นต่างประเทศและราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า รวมทั้งความกังวลต่อแนวโน้มวุ่นวายของการเมืองในประเทศ กดดันให้มีแรงขายหุ้นกลุ่มหลักออกมาบ้าง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน และหุ้น ADVANC ส่งผลให้ดัชนีลดลงจากวันศุกร์บ้าง โดยลดลงไปต่ำสุดที่ระดับ 441.50 จุด (-1%) จากนั้นจึงมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร และหุ้น BANPU ซึ่งจะทยอยขึ้นเครื่องหมาย XD ในสัปดาห์นี้เข้ามาเป็นระยะ ๆ หนุนให้ดัชนีกระเตื้องขึ้นบ้าง จนขึ้นไปสูงสุดที่บริเวณ 445.79 จุด (-0.25 จุด) ก่อนที่จะปิดตลาดภาคเช้าที่ 445.06 จุด ลดลงเกือบ 1 จุด โดยมีปริมาณซื้อขายลดลงบ้าง
ภาคบ่าย : แรงซื้อเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มธนาคารและ SCC จากแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/52 ที่คาดว่าจะออกมาดี ส่งผลให้ดัชนีแกว่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 450 จุด ต่อมามีแรงขายทำกำไรจากความกังวลจากสถานการณ์การเมืองในประเทศจะวุ่นวายมาก ขึ้น หลังจากมีกลุ่มเสื้อแดงพยายามจะทำร้ายนายกรัฐมนตรี หลังจากการประชุม ครม. ที่พัทยา ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงจนมาปิดตลาดที่ 442.56 จุด ลดลง 3.48 จุด (-0.78%) โดยมีปริมาณการซื้อขายลดลงเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 3 อีก 1,332 ล้านบาท
แนวโน้มตลาด : ขึ้นอยู่กับผลกระทบจากปัจจัยสำคัญ ต่อไปนี้
1. สถานการณ์การเมืองในประเทศ การนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. ในวันนี้ คงเป็นปัจจัยหลักที่จะกดดันบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้ แม้มีแนวโน้มจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เนื่องจากทางการคาดว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 3-4 หมื่นคน เนื่องจากระยะนี้มีฝนฟ้าคะนองเกือบทุกวัน และเข้าใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้เข้าร่วมชุมนุมจึงอาจน้อยกว่าที่ทางแกนนำประเมินไว้ รวมทั้งเป็นผลจากการพยายามชี้แจงข้อมูลของฝ่ายรัฐบาล ที่เน้นการไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา และต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น ก่อนการประชุม Asian +3 ปลายสัปดาห์นี้ การชุมนุมในสัปดาห์นี้ จึงไม่น่ากังวลเท่าที่การนัดชุมนุมอีกครั้ง หลังจากผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว อย่างไรก็ดีบรรยากาศอึมครึมทางการเมือง อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุน ออกไปอีกสักระยะ รวมทั้งรอดูผลการประชุมของ กนง. ในบ่ายวันนี้ ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกเท่าใด
2. ทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ ความผันผวนของตลาดหุ้นต่างประเทศ จะมีส่วนสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้เช่นกัน ความกังวลต่อปัญหาของภาคธนาคารของสหรัฐฯ ได้กลับมากดดันทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดแกนนำอีกครั้ง จากคำเตือนของนักวิเคราะห์กลุ่มธนาคาร รวมทั้งคำเตือนของนายจอร์จ โซรอส ต่อแนวโน้มการชะลอตัวอย่างยืดเยื้อของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผลจากการใช้เงินจำนวนมหาศาลในการฟื้นฟูภาคธนาคาร อาจทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการแกว่งตัวปรับฐานในระยะสั้นบ้าง รวมทั้งการรอดูตัวเลขประมาณการผลการดำเนินงานไตรมาส 1/52 ของกลุ่มธนาคารว่าจะออกมาดีขึ้นหรือไม่
3. ความผันผวนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า ความไม่แน่ใจต่อทิศทางของตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีส่วนทำให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า มีแนวโน้มผันผวนบ้างในระยะสั้น โดยนักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจต่อภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ว่าจะเริ่มกระเตื้องขึ้นในไตรมาส 3/52 ตามที่เคยคาดการณ์กันไว้จริงหรือไม่ หลังจากมีการเตือนถึงเสถียรภาพของกลุ่มธนาคาร และเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงไตรมาส 2/52 ถึงครึ่งปีหลัง ในขณะที่คาดว่าแนวโน้มการลดลงต่อเนื่องของปริมาณสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะยิ่งเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มการลดลงของอุปสงค์การใช้ น้ำมัน ซึ่งจะกดดันต่อทิศทางของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าบ้าง
จากปัจจัยข้างต้น คาดว่าตลาดหุ้นวันนี้ ยังคงมีแนวโน้มผันผวน ขึ้นอยู่กับ Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติว่าจะยังคงซื้อหุ้นพื้นฐานดีต่อเนื่องหรือไม่ รวมทั้งสถานการณ์การเมืองในประเทศว่าจะมีแนวโน้มวุ่นวาย หรือบานปลายมากน้อยแค่ไหน คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวภายในกรอบแนวรับ 435-437 จุด กับแนวต้าน 445-447 จุด
นักลงทุนระยะสั้น - ทยอยขายบ้าง เมื่อดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน รอซื้อคืนปลายสัปดาห์
นักลงทุนระยะยาว - ถือเงินสด หรือ Short Against Port บ้าง หากดัชนีไม่ผ่านแนวต้าน
โกสินทร์ ศรีไพบูลย์
โดย Mboy เวลา 09:43 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
