คอลัมน์: Gold Investment: บันไดขั้นที่ 1 สู่ความสำเร็จในการลงทุนในทองคำ
โพสต์ทูเดย SECTION B 02/03/2009
โดย นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกล์
สภาพตลาดทองคำของไทยเราในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในช่วงวันที่ 23-27 ก.พ. 2552 ปรากฏว่าเป็นการปรับตัวของราคาทองคำต่างประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองคำที่ขึ้นไปแตะ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. ของไทยสร้างกระแสตื่นเต้น เพราะราคาไปเริ่มเข้าสู้เป้าหมายสูงสุดของปีที่แล้วที่ 1,032 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ปรากฏว่ามีแรงเทขายทำกำไรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 ก.พ. ทำให้ราคาทองคำต่างประเทศสาละวันเตี้ยลงมาบ้างจากระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ ออนซ์ ลงมาทีละสเต็ปที่ 980 เหรียญสหรัฐ/ ออนซ์ และถูกเทขายทะลุ 950 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ที่เป็นแนวรับสำคัญอีกครั้งหนึ่งในประมาณวันพุธที่ผ่านมา โดยไปทดสอบแนวรับด้านล่างที่ 930 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ราคาทองคำของไทยยังได้อานิสงส์ที่ดีของค่าเงินบาทที่ทะลุ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคาทองไทยไม่ลงเท่าไรนัก
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำในช่วงวันที่ 2-6 มี.ค. 2552 ราคาทองคำเข้าสู่ภาวะปรับฐานหลังจากขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือน ม.ค. ณ ขณะนี้เป็นการเทขายทำกำไรอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 930 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และ 920 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ตามลำดับ หากยังรักษาระดับเหนือระดับ 920 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ได้ ราคาจะสามารถใช้เวลาในการปรับฐานซัก 7-10 วัน ก่อนที่จะปรับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น ควรหาจังหวะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวมาบริเวณแนวรับดังกล่าว
แนวต้านด้านบนอยู่ระดับ 960 เหรียญ สหรัฐ/ออนซ์ และ 980 เหรียญสหรัฐ/ ออนซ์ ซึ่งยังมีแรงเทขายอย่างหนาแน่นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
บันไดขั้นที่ 1 สู่ความสำเร็จในการลงทุนในทองคำ ผมได้รวบรวมตำราที่ดี และเขียนโดยปรมาจารย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการลงทุนในตลาดโลก แบ่งเป็นบันได 7 ขั้นสู่ความสำเร็จในทองคำ จะค่อยๆ บรรยายไป ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 30 สัปดาห์ ในวันนี้จะขอกล่าวถึงขั้นตอนแรกของการลงทุนที่ดี คือ การรู้จักแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนให้เข้ากับสภาวะของตัวท่านเอง ในแง่ของการรับความเสี่ยงของการขึ้นลงราคาทองคำ รวมทั้งสภาวะเงินออมที่มีจะต้องแบ่งแยกออกมาเพื่อการลงทุนให้ชัดเจน อย่าเอาเงินออมทั้งหมดมาลงทุน กล่าวโดยคร่าวๆ คือ คนที่ยังมีอายุน้อยในช่วง 25-40 ปี น่าจะรับความเสี่ยงได้มากกว่าคนสูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 55-70 ปี เพราะคนที่มีอายุมาก การลงทุนน่าจะต้องควบคุม ให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ จะต้องวิเคราะห์ตัวเองให้ดีว่าตัวเราเองยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับใด คร่าวๆ ตัวเลขในการลงทุนที่ดีคือประมาณ 50-80% ของเงินออม ผมขอย้ำว่า แต่ละท่านจะต้องพิจารณาสัดส่วนให้ดีให้เหมือนกับลักษณะนิสัยของตัวท่านเองใน การลงทุน
ผมจะกล่าวถึงรายละเอียดย่อยของบันไดขั้นที่ 1 ในฉบับหน้า เนื้อที่หมดแล้ว ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุนในทองคำ พบกับ MTS Gold Futures ซึ่งเป็นบริษัทของผมเองที่ได้รับอนุญาตให้เป็น Broker ซื้อขาย Gold Futures ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2552 ติดต่อเปิดบัญชีได้ที่เบอร์โทร. 02-226-2323 และ www.mtsgold.co.th
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
02 มีนาคม 2552
Gold Investment
โดย Mboy เวลา 09:27 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ความรู้อนุพันธ์, ทองคำ
ถ้าDJIAหลุด7000จุด..
ถ้าDJIAหลุด7000จุด..SETจะต่ำกว่า424จุด
วันที่ 2 มีนาคม 2552
โดย : คอลัมน์ Smart Investment แสงธรรม จรณชัยกุล บล. ธนชาต
บล.ธนชาต คาดตลาดหุ้นไทยหมดข่าวดีหนุน อาจถูกซ้ำเติมจากข่าวร้ายภายนอก SET Index มีโอกาสหลุดจากกรอบ 424 - 447 จุด แนะกลยุทธ์ขึ้นขาย-ลงซื้อ
ในครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ 2552 SET Index ยังรักษากรอบการเคลื่อนตัวออกด้านข้างระหว่าง 427-447 จุดแกว่งตัวในช่วงประมาณ 20 จุด เป็นสัปดาห์ที่ 5 จากแรงหนุนของหุ้นใหญ่ในกลุ่มธนาคาร และสื่อสาร ซึ่งได้ประกาศจ่ายเงินปันผลด้วยอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า 3%
ในขณะที่กลุ่มพลังงานทรงตัวถึงอ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากรายงานผลประกอบการชะลอตัวลง แม้ว่าจะยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ แต่จ่ายในอัตราค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับระดับราคาหุ้น ทำให้นักลงทุนผิดหวังพอสมควร
หุ้น PTT จ่ายงวดครึ่งหลังปี 2551 แค่ 2 บาทต่อหุ้น ในขณะที่ตลาดคาดหวังเงินปันผลไว้สูงถึง 4 บาทต่อหุ้น และ BANPU จ่ายงวดครึ่งหลังแค่ 5 บาทต่อหุ้น
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายของตลาดโดยรวมได้ถดถอยลงตามลำดับ จากระดับเกือบ 8 พันล้านบาทในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ หดเหลือเพียง 5-6 พันล้านบาทในช่วงปลายเดือน เป็นเครื่องชี้ถึงความซบเซา โดยเฉพาะการลดลงของปริมาณหุ้นเปลี่ยนมือในบรรดาหุ้นขนาดใหญ่
SET Index แสดงความแข็งแกร่งกว่าดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) ซึ่งในครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ ถอยหลังลงมาสร้างจุดต่ำใหม่ที่ระดับใกล้ ๆ 7100 จุด ทำให้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงถึง 10.2% จากช่วงปลายเดือนมกราคม และดิ่งลง 18.2% จากสิ้นปี 2551 ปัจจัยที่ถ่วงให้ DJIA ลงมาสร้างจุดต่ำใหม่ เกิดจากการอ่อนตัวลงของหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน คือ แบงก์ออฟอเมริกา เจ.พี.มอร์แกนเชส และซิตี้กรุ๊ป นำดิ่งลง
จากความกลัวของนักลงทุนว่า ความอ่อนแอของฐานะการเงิน จะส่งผลให้ในที่สุดต้องตกไปเป็นธนาคารของรัฐ (Nationalization)
นอกจากนี้ ยังมีข่าวเรื่องผลประกอบการไตรมาส 4/2551 ของ เอไอจีกรุ๊ป ซึ่งคาดว่าจะประสบกับภาวะขาดทุนอีกไม่น้อยกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจจะต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอีก แม้ว่าทางการสหรัฐฯ จะใส่เงินเพิ่มทุนให้ในช่วงปลายปี 2551 ถึง 150,000 ล้านดอลลาร์แล้วก็ตาม
นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิเพิ่มมากขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในช่วงวันที่ 13-26 กุมภาพันธ์ 2552 ขายสุทธิ จำนวน 2,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งขายสุทธิเพียง 598 ล้านบาท
เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 4 และผลประกอบการรวมในปี 2551 ได้ประกาศหมดแล้ว เราคาดว่านักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะเริ่มทบทวนประมาณการผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในปี 2552 ลดต่ำลง รวมทั้งการลดราคาเป้าหมายลงด้วย
เราคาดว่า ภาวะการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้ายังจะซบเซาต่อเนื่อง และ จะหันกลับมาอิงกับข้อมูลภาพรวมทางเศรษฐกิจในประเทศ และทิศทางของตลาดหุ้นหลัก อย่างเช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ในอีกสองสัปดาห์หน้า คาดว่าข่าวร้ายทางด้านเศรษฐกิจยังจะปรากฏออกมาเป็นระยะ แม้ว่า กนง. จะได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.50% (เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2552) จนเหลือเพียง 1.50% และธนาคารพาณิชย์ได้ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ลงอีก 0.25%
โดยในครั้งนี้มีการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ลงด้วย 0.25% ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี (สำหรับกลุ่มธนาคารใหญ่) แต่ข่าวดีเรื่องดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้นได้
เราประเมินว่า ในสองสัปดาห์ข้างหน้า มีโอกาสค่อนข้างมาก ที่ SET Index จะหลุดออกจากกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 424 - 447 จุด จากการไหลออกของ Fund Flow สถานการณ์ ดังกล่าวจะเกิดขึ้นหากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดำดิ่งลงหลุดแนวรับทางจิตวิทยาที่ระดับ 7000 จุดลงไป เนื่องจากตลาดหุ้นไทยหมดข่าวดีหนุน ในขณะเดียวกันอาจจะถูกซ้ำเติมจากข่าวร้ายภายนอก
>> กลยุทธ์การลงทุน
เรายังแนะให้ใช้กลยุทธ์ขึ้นขาย-ลงซื้อเช่นเดิม การแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 424-447 จุดในช่วงที่ผ่านมา น่าจะถึงจุดแตกหัก ทิศทางของตลาดมีโอกาสที่จะอ่อนตัวลง
โดยเฉพาะหาก SET ไม่สามารถยืนเหนือ 424 จุด ได้ SET อาจจะถดถอยกลับลงมาสู่ระดับ 400 จุดอีก หรือลงไปถึงฐานที่มั่นเดิม บริเวณ 380 จุด แต่หากยืนเหนือ 424 จุดได้ ก็ยังจะแกว่งในกรอบ 424-460 จุดต่อไป
เราแนะให้หาจังหวะปรับพอร์ตการลงทุนไปตามผลประกอบการไตรมาส 4/2551 และให้คงโครงสร้างพอร์ตการลงทุนดังนี้
1.กลุ่มน้ำมัน : PTTEP และ PTT
2.กลุ่มธนาคาร : BBL SCB และ KBANK
3.กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC
4.กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม : AMATA
5.กลุ่มสื่อสาร : DTAC และ ADVANC
โดย Mboy เวลา 09:20 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นสหรัฐ
คอลัมน์ เกาะติดหุ้นร้อน
- สัปดาห์ที่ผ่านมา มีหุ้นใหม่ บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เข้าเทรดเป็นตัวที่สองในรอบปีนี้แล้ว เปิดตลาดวันแรกราคาอยู่ที่ 7.50 บาท จากราคาจอง 6.50 บาท ถือว่าโล่งอกไปที่ฝ่าตลาดช่วงนี้ไปได้ โดยทำสถิติขึ้นไปสูงสุดที่ 7.95 บาท ต่ำสุดที่ 6.65 บาท และมาปิดที่ 6.80 บาท
- หุ้นที่มาแรงเกาะกระแสทองคำ ทำนิวไฮต์บาทละ 17,000 บาท เกี่ยวกับทองๆ ก็รับอานิสงส์นี้ไปด้วย เริ่มที่ บมจ. ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) จากราคา 0.99 บาท ขึ้นมาแตะที่ 1.52 บาท เพิ่มขึ้น 34.86% ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก (GBX) ที่เพิ่งประกาศเข้ามาทำธุรกิจ โบรกเกอร์เทรดโกลด์ ฟิวเจอร์ส พร้อม เปิดตัวผู้บริหารใหม่ ก็ดันราคาพุ่งขึ้นจาก 0.34 บาท อยู่ที่ 0.54 บาท เพิ่มขึ้น 58.82% ก่อนจะลงมาปรับฐานอยู่ที่ 0.45 บาท
- บมจ.เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทน เม้นท์ (MPIC) ขอ "หยุดการซื้อขาย" ทันทีหลังวันที่ 26 ก.พ.52 มีการพิจารณาการลงทุนที่อาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างการ ถือหุ้น และอาจมีผลกระทบต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท ความจริงก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวบริษัทค่ายหนังจากอเมริกาจ้องเข้ามาฮุบกิจการ แต่ก็ปฏิเสธว่าไม่มีการติดต่อจากบริษัทดังกล่าว แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งขึ้นจาก 1.27 บาท มาอยู่ที่ 1.68 บาท หลังจากนั้นลงมาอยู่ที่ 1.27 บาทเหมือนเดิม
- มาที่หุ้น บมจ.พรีเมียร์ เทคโนโลยี (PT) แท็กทีมนำหุ้นในเครือ "พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์" (PE) และ "พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง" (PM) วิ่งขึ้นคึกคักรับข่าว PT ทำกำไรปี"51 พุ่ง 50% และยังจ่ายปันผลงาม โดย PT จากราคา 0.90 บาท ขึ้นมาที่ 1.40 บาท หุ้น PE จาก 0.37 บาท อยู่ที่ 0.49 บาท และ หุ้น PM จาก 1.13 บาท อยู่ที่ 1.19 บาท บล.ฟาร์อีส มองว่าราคาเข้าใกล้สัญญาณทางเทคนิคมากแล้ว จึงแนะนำ "ลดลงทุน"
- ปิดท้ายที่หุ้น บมจ.ทรัพย์ศรีไทยคลังสินค้า (SST) มีข่าวว่า รอบนี้เจ้ามือเล่นแรง หลังดันราคาขึ้นจาก 7 บาท มาที่ 12.80 บาท ไม่พอดันขึ้นไปอีกสูงสุดที่ 15 บาท ก่อนจะปล่อยของทิ้งราคาปักหัวลงมาที่ 9 บาท เช่นเดียวกับตัวลูก SST-W1 จาก 2.28 บาท อยู่ที่ 4.30 บาท และปรับลงมาอยู่ที่ 2.10 บาท ขณะที่มีข่าวจะมีการขายหุ้นของผู้บริหารให้กับพันธมิตรกลุ่มใหม่ บล.กิมเอ็ง "ไม่แนะนำลงทุน"
โดย Mboy เวลา 09:18 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น
Citi Groupฉุดดาวโจนส์
นิวยอร์ก ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงต่อเนื่องใกล้แตะ 7,000 จุด
หลังข้อมูลล่าสุดชี้เศรษฐกิจสหรัฐในปีที่แล้วดิ่งลงรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดิ่งลงอย่างหนักต่อไป
โดยมีแรงเทขายหุ้นอย่างหนักในหุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน
หลังมีข่าวว่าซิตี้กรุ๊ป บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับรัฐบาล และนักลงทุนเอกชน
ซึ่งรวมถึงนักลงทุนจากสิงคโปร์และเจ้าชายแห่งซาอุดีอาระเบีย
ในการเข้าซื้อหุ้นของธนาคารที่กำลังเผชิญวิกฤติทางการเงินอย่างหนัก
ขณะที่ข้อมูลล่าสุดชี้เศรษฐกิจสหรัฐช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว
ขยายตัวลดลง 6.2% มากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ที่ 3.8%
ขณะที่ตลอดทั้งปีที่แล้ว เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเพียง 1.1%
ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา
ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 80 เซนต์ไปปิดที่ระดับ 44.44 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 7,062.93 จุด ลดลง 119.15 จุด หรือ 1.66%
หลังจากที่รูดลงไปใกล้แตะ 7,000 จุด ต่ำสุดในรอบ 11 ปี
ดัชนีแนสแดค ปิดที่ 1,377.84 จุด ลดลง 13.63 จุด หรือ 0.98%
ดัชนีเอสแอนด์พี ปิดที่ 735.09 จุด ลดลง 17.74 จุด หรือ 2.36%
ด้านตลาดหุ้นสำคัญของยุโรป
ดัชนี FTSE 100 ตลาดลอนดอน ปิดที่ 3,830.09 จุด ลดลง 85.55 จุด หรือ 2.18%
ดัชนี DAX ตลาดแฟรงก์เฟิร์ต ปิดที่ 3,843.74 จุด ลดลง 98.88 จุด หรือ 2.51%
ดัชนี CAC 40 ตลาดปารีส ปิดที่ 2,702.48 จุด ลดลง 42.36 จุด หรือ 1.54%
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ตลาดลอนดอน งวดส่งมอบเดือน เม.ย.
ลดลง 16 เซนต์ ปิดที่ 46.35 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
ขณะที่ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดที่ 941.50 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 30 เซนต์
ที่มา: สำนักข่าวไทย
โดย Mboy เวลา 09:08 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นสหรัฐ
เกาะติดตลาดหุ้นเงิน
- บรรยากาศตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้นสัปดาห์ตลาดแกว่งตัวกรอบแคบ ท่ามกลางข่าวลบเศรษฐกิจไตรมาส 4/51 ติดลบ 4.3% เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี และปรับประมาณการปีนี้จะติดลบเพิ่มขึ้น จากภาคส่งออกหดตัวรุนแรง ดัชนีปิดที่ 434.99 จุด เพิ่มขึ้น 0.32 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5,953.64 ล้านบาท
- กลางสัปดาห์ กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.50% กระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่มีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานดันตลาดยืนแดนบวก ดัชนีปิด 434.24 จุด เพิ่มขึ้น 2.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5,921.97 ล้านบาท
- ท้ายสัปดาห์ ตลาดหุ้นแกว่งตัวในกรอบแคบไร้ปัจจัยใหม่หนุน ดัชนีปิดที่ 431.52 จุด ลดลง 0.42% มูลค่าการซื้อขาย 5,647.74 ล้านบาท
- สัปดาห์นี้ บล.พัฒนสินเตือนให้ระวังแรงเทขายหุ้น หลังปิดสมุดพักโอนหุ้น (XD) ของหุ้น ปตท. กดตลาดปรับตัวลง ตลาดมีแนวรับ 420 จุด แนวต้าน 445 จุด
- มาที่ความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ 34.97/99 บาท/ดอลลาร์ โดยนักลงทุนในตลาดยังคงเข้าซื้อเงินสกุลที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างดอลลาร์สหรัฐและค่าเงินเยน ส่งผลให้แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ โดยในส่วนของเงินบาท นอกจากจะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์แล้วยังมีประเด็นการเมืองในประเทศด้วย
- ถึงกลางสัปดาห์เงินบาทยังคงอ่อนค่าลง พร้อมกับการประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.0% เหลือ 1.50% ขณะที่มีแรงซื้อดอลลาร์จากผู้นำเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงรวดเร็ว โดยปลายสัปดาห์ เงินบาทเคลื่อนไหว 35.85-36.00 และทะลุสู่ระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 ปีที่ 36.18 และปิดตลาดที่ 36.09/18
- สัปดาห์นี้นักค้าเงินจากธนาคารกรุงเทพคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 36.00-36.30 บาท/ดอลลาร์
ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาติธุรกิจ
โดย Mboy เวลา 09:05 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น
27 กุมภาพันธ์ 2552
the 14th ASEAN Summit
The 14th ASEAN Summit marks a new chapter for ASEAN following the entry into force of the ASEAN Charter last December. Under the theme ‘ASEAN Charter for ASEAN Peoples’, the 14th ASEAN Summit underlines new era of ASEAN with people at the heart of cooperation. Besides, there are three sub-themes, namely ‘Towards More Effective Community-Building’, ‘Enhancing Regional Resilience against Global Threats’, and ‘Reinforcing ASEAN Centrality in the Evolving Regional Architecture’.
โดย Mboy เวลา 10:22 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: เศรษฐกิจไทย


