29 เมษายน 2552

หุ้นไทยยังเสี่ยงร่วง

บล. ฟาร์อีสท์ชี้หุ้นไทยยังเสี่ยงร่วงตามต่างประเทศให้แนวรับแรกที่ 469 จุด


นายจักรกริช เจริญเมธาชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ฟาร์อีสท์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในวันนี้ยังสามารถเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย และยุโรปที่ร่วงลงจากความกังวลต่อแบบทดสอบ Stress Test และการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก ทำให้มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มสายการบินและสินค้าโภคภัณฑ์ออกมาค่อนข้างมาก ซึ่งหากดัชนีหุ้นต่างประเทศยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง ก็อาจทำให้หุ้นไทยเคลื่อนไหวได้ไม่ดีนัก โดยอาจกดดันให้ร่วงลงมาแตะที่แนวรับแรกที่ 469 จุด และหากหลุดจากระดับนี้ไปแล้ว แนวรับถัดไปก็คือ 464 จุด

ทั้งนี้ บล. ฟาร์อีสท์ได้แนะนำให้นักลงทุนขายหุ้น ตั้งแต่เมื่อดัชนีขึ้นไปแตะที่ระดับ 480 จุด เนื่องจากคาดว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนน่าจะออกมาไม่น่าประทับใจ และยังขาดปัจจัยกระตุ้นเข้ามาในระยะสั้นอีกด้วย แต่ยังมองว่าหากดัชนีร่วงลงไปแตะระดับ 464 จุด ก็สามารถเข้าลงทุนได้อีกครั้ง

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจระยะนี้ คือหุ้นที่มีข่าวการควบรวมกิจการ เช่น บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) และ บมจ. ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เป็นต้น และควรต้องติดตามทิศทางผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯที่ จะประกาศออกมาในสัปดาห์นี้มากกว่า 67% และผลของการทดสอบ Stress Test ของสถาบันการเงินสหรัฐฯ ตลอดจนการลุกลามของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก ซึ่งจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน


ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิดร่วงลง 2.27 จุด หรือ 0.48% มาอยู่ที่ 472.72 จุด
ด้วยปริมาณการซื้อขาย 17,642.85 ล้านบาท

- นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 479.36 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 619.45 ล้านบาท
- นักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ 140.09 ล้านบาท


- Money Channel โดยวาสิฏฐี อนุกูล Email: wasittee@set.or.th


กล้าๆกลัวๆ!!

กล้าๆกลัวๆ!!

ดัชนีหุ้นวันที่ 28 เม.ย. 52 ปิดที่ 474.99 จุด เพิ่มขึ้น 0.92 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 14,505.88 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 707.83 ล้านบาท

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยาชี้มีแรงขายทำกำไรสวนทางกับแรงซื้อ ระหว่างนักลงทุนรอลุ้นผลการทดสอบ Stress test หรือ การหามูลค่าความเสียหายสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตของสถาบันการเงินในสหรัฐฯ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดว่า จะมีธนาคารใดที่ต้องเพิ่มทุน หรือสถานะของสถาบันการเงินนั้นๆมีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆได้หรือไม่

ทำให้มีการดึงกันระหว่างนักลงทุน 2 กลุ่ม โดยผู้ที่จะซื้อก็ไม่กล้าเข้าลุย ส่วนคนที่จะขายก็ยังลังเลไม่กล้าขาย "กลัวขายหมู" เสียโอกาส หวังรอขายเมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ทำให้ตลาดแกว่งตัวได้แคบๆ

มองแนวโน้มตลาดระยะสั้นว่า มีโอกาสแกว่งตัวลง โดยมีปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนคือ ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะสะท้อนออกมายังการประกาศผลการทดสอบ Stress test ของสถาบันการเงินในสหรัฐฯ ขณะที่การแพร่ระบาดของไข้หวัดหมูในสหรัฐฯอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุน

ทั้งนี้ แนะกลยุทธ์การลงทุน ให้ทยอยขายเมื่อราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น และจับตาผลการทำ Stress test ออกมาก่อนค่อยกำหนดกลยุทธ์การลงทุนอีกครั้ง

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ไซรัสระบุว่า นอกจากผลการทดสอบ Stress test ในวันที่ 4 พ.ค. นี้แล้ว นักลงทุนยังคงรอการแถลงการณ์ของเฟดวันที่ 28-29 เม.ย. 52 ที่อาจชี้นำถึงทิศทางของเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนั้น ไซรัสคาดว่า เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม 0.25%

สำหรับประเด็นไข้หวัดหมูมองว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหุ้นไทย เพราะประเทศที่เป็นต้นตอการระบาดยังอยู่ไกล แต่หากมีการลุกลามไปยังสหรัฐฯมากขึ้น เชื่อว่าจะกดดันต่อการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แนะกลยุทธ์การลงทุน หากหุ้นขึ้นให้ขายทำกำไรออกมาและหาจังหวะรอซื้อเมื่อดัชนีปรับตัวลงแรง !

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กิมเอ็งมองแนวโน้มหุ้นไทยว่า ดัชนีจะผันผวนในแดนบวกต่อ โดยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 480 จุด เนื่องจากต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยอยู่

แนะกลยุทธ์การลงทุน ให้รอขายทำกำไรในหุ้นที่มีราคาปรับขึ้นแรง และหากจะซื้อให้เน้นเลือกเล่นหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี เช่น หุ้นแบงก์, อสังหาฯ, โรงกลั่น และกลุ่มที่ทำธุรกิจอาหารทะเล.

อินเด็กซ์ 51


28 เมษายน 2552

WHOเล็งยกระดับเตือนภัย!

WHOเล็งยกระดับเตือนภัย!



วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552 05:45

ชื่อ:  ScreenHunter_709.gif ครั้ง: 506 ขนาด:  55.0 กิโลไบต์


องค์การอนามัยโลกอาจยกระดับเตือนภัยไข้หวัดเม็กซิโก เป็นระดับ4หรือ5


นายเกรกอรี ฮาร์ทเทิล โฆษกขององค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงที่กรุงเจนีวา เมื่อคืนที่ผ่านมา(27เม.ย)ว่า คณะกรรมการฉุกเฉินของ WHO ที่มีกำหนดประชุมกัน ในวันนี้ (28 เม.ย.) อาจยกระดับการเตือนภัยไข้หวัดเม็กซิโก จากระดับ 3 เป็นระดับ 4 หรือ 5 เพราะการระบาดยังไม่มีท่าทีลดน้อยถอยลง ซึ่งการปรับการเตือนภัยเป็นระดับ 4 หมายความว่า ไวรัสไข้หวัดสายพันธ์ใหม่นี้ สามารถติดต่อจากคนสู่คน และมีศักยภาพแพร่ระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลกได้ ส่วนการปรับเป็นระดับ 5 หมายความว่า ไข้หวัดหมูแพร่ระบาดจากคนสู่คน อย่างกว้างขวางแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายฮาร์ทเทิลเน้นย้ำว่า จนถึงขณะนี้ WHO ยังไม่ออกคำแนะนำใดๆ ให้นานาประเทศทั่วโลก ใช้มาตรการจำกัดการเดินทางเขาเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐฯ เริ่มต้นผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดเม็กซิโกอย่างเร่งรีบแล้ว พร้อมทั้งแถลงยอดผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่ได้รับการยืนยันแน่ชัดแล้วทั่วโลกแล้ว ในเม็กซิโกมี 26 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิต 20 ราย จากยอดผู้เสียชีวิตที่มีรายงานทั้งหมด 103 ราย ในสหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อ 40 รายใน 5 หรือ 6 รัฐ รวมทั้งในนิวยอร์ค 28 ราย ในแคนาดามีผู้ติดเชื้อ 6 ราย และสเปน 1 ราย ซึ่งเป็นชาติแรกในยุโรปที่มีผู้ติดเชื้อ แต่นอกจากในเม็กซิโกแล้ว ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ส่วนอีกหลายประเทศ รวมทั้งอังกฤษ นิวซีแลนด์ เปรู และกัวเตมาลา กำลังตรวจเชื้อผู้ต้องสงสัยติดไวรัสไข้หวัดหมู

นายโฮเซ แองเจิล คอร์โดวา รมว.สาธารณสุขเม็กซิโกแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่ทั้งได้รับการยืนยัน และสงสัยว่าเกิดจากไวรัสไข้หวัดหมูในเม็กซิโก พุ่งขึ้นเป็น 149 รายแล้ว ในอย่างน้อย 10 รัฐ ผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 20-50 ปี และแนวโน้มผู้เสียชีวิตหรือติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่รู้ว่าจะบรรเทาลงเมื่อใด ขณะที่รัฐบาลได้สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศแล้ว จนถึงวันที่ 6 พ.ค.

นายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเตือนว่า ไวรัสไข้หวัดหมูอาจระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลก เหมือนไข้หวัดใหญ่สเปนในอดีต ที่มีผู้เสียชีวิตหลายสิบล้านคน ขณะนี้ ยูเอ็นยังไม่ทราบว่า สถานการณ์ระบาดจะเป็นไปอย่างไร แต่น่าวิตกกังวลยิ่ง ที่พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในเม็กซิโก เป็นผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว ที่สุขภาพแข็งแรง


นักวิเคราะห์คาดเฟดคงดบ.

นักวิเคราะห์คาดเฟดคงดบ.

โบรกเกอร์คาดประชุมเฟดพรุ่งนี้คงดอกเบี้ย0-0.25%เกาะติดการกำจัดหนี้เสีย

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า การประชุมของธนาคากลางสหรัฐฯ(เฟด) วันนี้ (28 เม.ย.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเป็นหลักอยู่ที่ระดับ 0-0.25% ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำมากแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่นักลงทุนจะติดตามคือแนวโน้มผลการทดสอบการกำจัดหนี้เสียในสถาบันการเงินที่เฟดจะประกาศออกมาว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนกรณีของโรคระบาดไข้หวัดใหญ่แม็กซิโกขณะนี้ไม่น่าจะมีนัยสำคัญต่อการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ขณะที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จำกัดประเมินผลการประชุมเฟดวันนี้ในทิศทางเดียวกันคาดว่าไม่น่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากอยู่ในขณะนี้ถือว่าต่ำมาก แต่หากเฟดจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกรอบ เชื่อว่าไม่น่าจะลดลงไปมากกว่านี้แน่นอน.



ลุ้นเด้งต่อ!!

ลุ้นเด้งต่อ!!

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ว่า ช่วงต้นสัปดาห์ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นในแดนบวกได้ต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน แต่ช่วงปลายสัปดาห์จะมีแรงทำกำไรหรือลดความเสี่ยงออกมาทำให้ดัชนีอ่อนตัวลง

ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ไม่มีเหตุรุนแรงถือเป็นเรื่องดี แต่อย่างไรก็ตามมองว่าสถานการณ์การเมืองที่คลี่คลายลงตลาดได้รับข่าวบวกนี้ไปบ้างแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะประเด็นการยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

จึงมองว่าประเด็นการเมืองไม่มีผลต่อการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญมากนักในขณะนี้ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ ให้น้ำหนักไปที่ปัจจัยต่างประเทศ

ทั้งนี้ แนะกลยุทธ์ลงทุน ให้นักลงทุนขายทำกำไรในช่วงที่ดัชนีปรับตัวขึ้น ประเมินกรอบแนวรับสัปดาห์นี้อยู่ที่ 485-480 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 490 จุด

ปิดท้าย นายกสมาคมโบรกเกอร์ต่างประเทศ "ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่" ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.ซิตี้ คอร์ป ระบุว่า การที่รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้กลับคืนมาได้

โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ เพราะกองทุนต่างชาติหลายแห่งมีระเบียบห้ามลงทุนในประเทศที่มีความไม่สงบทางการเมือง จึงมีการหยุดการลงทุนไปชั่วคราว และบางกองทุนก็ได้ขายหุ้นไทยออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ จึงมีโอกาสที่จะกลับเข้ามาซื้อหุ้นคืน

ทั้งนี้ ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะปรับตัว ขึ้นได้ หลังสถานการณ์การเมืองคลี่คลายลง โดยมีลุ้นว่าดัชนีมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงระดับ 475-500 จุด.


อินเด็กซ์ 51


แนะจับตาสถานการณ์โรคไข้หวัดหมู

บล. แอ๊ดคินซันแนะจับตาสถานการณ์โรคไข้หวัดหมูอย่างใกล้ชิด

นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.แอ๊ดคินซัน กล่าวว่า การปรับขึ้นของราคาหุ้นในวันนี้ ถือเป็นจังหวะในการขายหุ้น เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นหลัก ๆ ในตลาดหุ้นไทยได้ปรับเพิ่มขึ้นไปมากแล้ว

ส่วนแนวทางการลงทุนในขณะนี้ ควรลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอาหารแช่แข็งและอาหารกระป๋อง เพราะยังมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์การบริโภคที่จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มนี้ก็ยังไม่สูงมากนัก ทำให้ราคาหุ้นยังสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หรือกลุ่มอื่น ๆ ก็ยังสามารถใช้ข่าวผลประกอบการไตรมาส 1/52 เข้ามาประกอบการตัดสินใจลงทุนได้เช่นกัน แต่ควรเลือกหุ้นที่ยังไม่ปรับขึ้นตามปัจจัยบวกที่มีอยู่

สำหรับสถานการณ์ไข้หวัดหมู จะเข้ามีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนค่อนข้างมาก และหากดัชนีดาวโจนส์ในวันพรุ่งนี้ปิดร่วงลงจากความกังวลที่มากขึ้น จะทำให้หุ้นไทยผันผวนเช่นกัน นักลงทุนจึงไม่ควรประมาท นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามข่าวความรุนแรงของการแพร่ระบาดโรคด้วย ซึ่งหากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือ มีผู้เสียชีวิตมากขึ้น ก็อาจทำให้ดัชนีร่วงลงไปแตะที่ระดับแนวต้านสำคัญรอบนี้ที่ 404 จุดได้


ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ ปิดเพิ่มขึ้น 0.92 จุด หรือ 0.19% มาอยู่ที่ 474.99 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 14,505.88 ล้านบาท

- นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 406.47 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 708.04 ล้านบาท
- นักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ 301.56 ล้านบาท


- Money Channel โดยวาสิฏฐี อนุกูล Email: wasittee@set.or.th



Template by - Abdul Munir | Blogging4