เอเซียพลัสคาดอีก 9 เดือน บจ.แห่ระดมทุน 1.5 แสนล.
เอเซีย พลัส ระบุ 9 เดือนที่เหลือ บจ.ต้องระดมทุนออกหุ้นกู้และตั๋วบี/อีอีกมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจ หลัง 3 เดือนแรกออกไปแล้ว 1.8 แสนล้านบาท พร้อมประเมินแนวโน้มการเพิ่มทุน จะเกิดขึ้นในช่วง 6-12 ปี
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการ บล.เอเซีย พลัส และอุปนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรม (real sector) เริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน เพราะประสบปัญหาสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น และตามมาด้วยเจ้าหนี้เร่งรัดการชำระหนี้ และส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดในการดำเนินการ (cash flow operation หรือ CFO) โดยกลุ่มเหล็ก ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลกลุ่มบริษัทจดทะเบียนปี 2551 มีเงินสด รวม 4.08 แสนล้านบาท และกระแสเงินในการดำเนินการรวม 4.82 แสนล้านบาท โดยกลุ่มที่มีเงินสดที่แข็งแรง เช่น กลุ่มพลังงานและน้ำมัน เช่น บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP), กลุ่มพาณิชย์ เช่น ซีพี ออลล์ (CPALL), บิ๊ก ซี (BIG-C), แม็คโคร (MARCO), กลุ่มเดินเรือ เช่น พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL), โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA)
เธอกล่าวว่า ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้บริษัทจดทะเบียนเริ่มระดมทุนผ่านตลาดทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้ และออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (B/E) เนื่องจากการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ ทำได้ค่อนข้างยากแม้ว่าบริษัทจะมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำคืออยู่ที่ประมาณ 1 เท่าก็ตาม โดยใน 3 เดือนแรกของปีนี้ พบว่า 35 บริษัทจดทะเบียนระดมทุนโดยออก ตั๋วบีอี รวมมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท และอีก 15 บริษัทจดทะเบียนมีการระดมทุนออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนที่เหลือปีนี้ จากการสำรวจพบว่ามีประมาณ 25 บริษัทจดทะเบียนที่มีแผนออกหุ้นกู้ และตั๋ว บีอี รวมมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท โดยวัตถุประสงค์ของการระดมทุนดังกล่าว ก็เพื่อต้องการนำมาปรับโครงสร้างทางการเงิน (refinance) และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และคาดว่าการระดมทุนโดยการออกตราสารทางการเงินดังกล่าวคงจะทำได้เพียงในปีนี้เท่านั้น เพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 0.75% ในช่วงปลายปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25% แต่ในปีหน้าคาดว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาขึ้น เพราะรัฐบาลต้องใช้เงินในการลงทุนในโครงการต่างๆ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
“คาดว่าตลาดหุ้นกู้จะปิดภายในสิ้นปีนี้ และการระดมทุนโดยการเพิ่มทุนจะตามมา โดยจะเริ่มเห็นการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนเพื่อใช้เงินรองรับสภาพคล่องมากขึ้นในปลายปี 2552 ต่อเนื่องในปี 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นน่าจะเริ่มฟื้นตัวแล้ว”
นอกจากการระดมทุนแล้ว บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังปรับลดการจ่ายปันผล และงดจ่ายปันผล เพื่อสำรองเงินรักษาสภาพคล่อง โดยในปีนี้คาดว่าอัตราการจ่ายปันผลจะลดลงเหลือ 40% จากปี 2551 อยู่ที่ 80% ของกำไรสุทธิ
เธอ แนะนำว่า กลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนจะต้องดูสภาพคล่องทางการเงินด้วย เพราะเป็นปัจจัยหลักต่อความอยู่รอดของกิจการ เพราะทุกครั้งที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจะเห็นบริษัทปิดกิจการ และล้มละลายเป็นจำนวนมาก โดยปัจจัยที่ต้องพิจารณาดูว่า หุ้นที่จะลงทุนมีสุขภาพดีหรือไม่นั้นคือ มีกระแสเงินสดในการดำเนินการ (CFO) เพียงพอสามารถชำระหนี้ระยะสั้นและยาวได้ และสามารถลงทุนในสินทรัพย์ระยะสั้น-ระยะยาว รวมถึงมีความสามารถในการจ่ายปันผลได้
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
10 เมษายน 2552
อีก 9 เดือน บจ.แห่ระดมทุน
โดย Mboy เวลา 09:02 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: หุ้นกู้
09 เมษายน 2552
สื่อต่างชาติเกาะติดเหตุประท้วงในไทย
กรุงเทพฯ - สื่อต่างชาติพากันเกาะติดเหตุประท้วงในไทย โดยเว็บไซต์ของบีบีซีถึงกับยกให้ข่าวนี้เป็นข่าวเด่นอันดับ 1 ในหน้าเว็บไซต์ พร้อมพาดหัวว่า กรุงเทพฯ เตรียมรับมือเหตุประท้วงต่อต้านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เว็บไซต์ข่าวชั้นนำของโลก ทั้งบีบีซีและซีเอ็นเอ็นต่างรายงานข่าวไปในทางเดียวกันว่า กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่นคนซึ่งหนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มาชุมนุมกันในกรุงเทพฯ เพื่อไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ทางการต้องจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ทั่วกรุงเทพฯ
เว็บไซต์บีบีซี ยังจัดทำหน้าพิเศษ เพื่อแนะนำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์รับทราบรายละเอียดของการประท้วงครั้งนี้ โดยให้ข้อมูลว่า หลังจากได้นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม คนไทยบางคนก็หวังว่า เหตุประท้วงจะยุติได้ในที่สุด แต่แล้วกลับดูเหมือนว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองยิ่งบานปลายออกไปอีก
หน้าพิเศษของเว็บไซต์บีบีซี ยังพุ่งเป้าไปที่แหล่งพำนักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเวลานี้ โดยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า ตัวเองเป็นพลเมืองโลก และเขาก็มักจะเดินทางเข้าออกดูไบ จีน อังกฤษ หรือฮ่องกง อยู่บ่อยครั้ง และแม้จะยังไม่ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ วางเป้าหมายในระยะยาวไว้อย่างไร แต่ก่อนหน้านี้ เขาเคยลั่นวาจาว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป แต่ท้ายสุด เขาก็กลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกจนได้ ผ่านการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงในครั้งนี้
ส่วนเว็บไซต์เดอะ สเตรทส์ ไทมส์ของสิงคโปร์ ที่มักเกาะติดการเมืองของไทยอยู่เป็นประจำ ก็ได้ยกให้ข่าวการประท้วงในไทยเป็นหนึ่งในข่าวเด่นเช่นกัน โดยพาดหัวข่าวว่า “Bring Thaksin backW หรือหมายถึงว่า “ให้ทักษิณกลับมา” พร้อมตีพิมพ์ภาพกลุ่มผู้ประท้วงที่หนุน พ.ต.ท.ทักษิณ
สำนักข่าวเอพีตีพิมพ์บทความมองว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับนายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ ที่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงกดดันให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งตอนนี้ นายอภิสิทธิ์ มีอยู่ 2 ทางเลือกในการแก้ปัญหา คือ การกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรง แต่วิธีนี้เสี่ยงต่อการที่สถานการณ์จะบานปลายร้ายแรงกว่าเดิม กับอีกวิธีคืออยู่นิ่งๆ แล้วปล่อยให้กลุ่มผู้ประท้วงสลายตัวกันไปเอง
นายไมเคิล มอนเตซาโน นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ มองว่าทางที่ดีที่สุดที่นายอภิสิทธิ์สมควรทำในตอนนี้คือการคงไว้ซึ่งจุดยืน ต่อต้านเหตุรุนแรง แล้วปล่อยให้การประท้วงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ยังรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้ กลุ่มผู้ประท้วงก็ไม่สามารถคุกคามรัฐบาลชุดนี้ได้ แต่ในขณะเดียว นายอภิสิทธิ์ไม่ควรแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น เพราะจะทำให้กลุ่มผู้ประท้วงยิ่งเหิมเกริมหนัก และอาจส่งผลให้กองทัพออกมาก่อรัฐประหารอีกรอบ
ที่มา:สำนักข่าวไทย
โดย Mboy เวลา 09:29 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: เศรษฐกิจไทย
แนวต้านหุ้นไทย
บล. กิมเอ็งให้แนวต้านหุ้นไทยหลังสงกรานต์ไว้ที่ 450 จุด หากการเมืองไม่รุนแรง
| นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง กล่าวในรายการก้าวทันตลาดทุน ทาง Money Channel ว่า บล. กิมเอ็งมองว่าสถานการณ์การเมืองในวันนี้ไม่น่าเกิดความรุนแรงขึ้น แต่ก็ยังต้องติดตามต่อไปว่าทุกฝ่ายจะประนีประนอมได้หรือไม่ ซึ่งหากปัญหายังยืดเยื้อต่อไป ก็เชื่อว่าดัชนีจะไม่สามารถไปได้ไกล หรือยังแกว่งตัวได้ในกรอบแคบ ๆ (Sideway) แต่หากสถานการณ์ไม่รุนแรงและนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น ก็อาจทำให้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นได้ (Sideway Up) อย่างไรก็ตาม หากต่างชาติซื้อน้อยลง และปัญหาการเมืองยังไม่สงบ ก็จะกดดันให้ดัชนีซึมตัวลงได้เช่นกัน โดยบล. กิมเอ็งได้ให้แนวต้านแรกหลังช่วงสงกรานต์ไว้ที่ 450 จุดในกรณีที่การเมืองไม่รุนแรง โดยเชื่อว่าดัชนีไม่น่าจะปรับลดลงอย่างหนักเนื่องจากราคาหุ้นไทยยังถูกและ นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนก็ยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการของภาคเอกชนสหรัฐฯ ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวในอนาคต และยังต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานมีมูลค่าตลาดมากเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดรวม ดังนั้น จะมีผลต่อดัชนีด้วยหากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น บล. กิมเอ็งยังได้แนะนำให้ลงทุนหุ้นบมจ. ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) โดยเชื่อว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/52 มีแนวโน้มฟื้นตัวได้จากไตรมาส 4/51 หลังจากราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้มีกำไรจากสต็อกน้ำมันได้ อีกทั้งค่าการกลั่นยังมีแนวโน้มที่ดีกว่าไตรมาส 4/51 อีกด้วย ขณะเดียวกันธุรกิจอะโรเมติกส์ก็ยังได้รับผลดีจากราคาอะโรเมติกส์ที่ยังปรับ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อ PTTAR เช่นกัน ขณะที่ราคาหุ้นยังปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดียวกันอีกด้วย จึงยังน่าสนใจลงทุน บล. กิมเอ็งแนะนำให้ "ซื้อเก็งกำไร" หุ้น PTTAR โดยให้ราคาที่เหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานไว้ที่ 10.90 บาท |
โดย Mboy เวลา 09:28 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
เขียวเย้ยแดงเดือด!!
เขียวเย้ยแดงเดือด!!
[9 เม.ย. 52 - 02:47]
ดัชนีหุ้นวันแดงเดือด 8 เม.ย. ปิดที่ 443.57 จุด เพิ่มขึ้น 1.01 จุด บวกเขียวสวนกระแสเสื้อแดง ขณะที่มีมูลค่าซื้อขาย 8,888.80 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 195 ล้านบาท
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ชี้มีแรงซื้อหุ้นช่วงท้ายตลาดดันดัชนีปิดบวกได้เหนือความคาดหมายเป็นผลจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่มีเหตุรุนแรงทำให้คลายความกดดัน
ขณะที่มองทิศทางตลาดระยะสั้นว่ามีโอกาสปรับลง หลังต่างชาติ กังวลกับผลประกอบการของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่จะทยอยออกมาสัปดาห์หน้า ทั้งโกลด์แมนแซคส์, เจพี มอร์แกน, ซิตี้กรุ๊ป และเมอร์ริลลินช์ รวมทั้ง มอร์แกนสแตนเลย์, เวลล์ฟาร์โก และแบงก์ออฟอเมริกา
แนะกลยุทธ์การลงทุนให้ชะลอดูจังหวะที่จะเข้าซื้อที่ดัชนีบริเวณ 420 จุด เนื่องจากระดับนี้โอกาสหรือความเสี่ยงที่ตลาดจะปรับตัวลงมีไม่มากแล้ว หากการชุมนุมไม่มีเหตุรุนแรง ขณะที่มองแนวต้านไว้ที่ 435-444 จุด
“ภัทรียา เบญจพลชัย” ผู้จัดการตลาดหุ้น ยอมรับว่าสถานการณ์ การเมืองสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศและมีผลต่อทิศทาง ตลาดจึงขอให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด!!
ปิดท้ายมีข่าว BEC คุยโว เศรษฐกิจซบไม่กระทบรายได้ แถมมั่นใจผลงานไตรมาส 2 จะดีกว่าช่วงปีก่อน เพราะเป็นช่วง High Season และทั้งปี 52 ก็น่าจะดีกว่าปี 51
เนื่องจากธุรกิจสื่อทีวีมักได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าอุตสาหกรรม อื่น แม้จีดีพีหรือเศรษฐกิจจะลดลงหรือติดลบแค่ไหนแต่กำลังซื้อของผู้บริโภคภายใน ประเทศยังขับเคลื่อนไปได้ ทำให้มีโฆษณาสินค้าผ่านสื่อทีวีอยู่โดยอุตสาหกรรมโฆษณาเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ตั้งแต่ มี.ค.
ขณะที่ผลการออกไปโรดโชว์ที่ฮ่องกง พบว่าต่างชาติยังสนใจลงทุนในบริษัทดูจากการเข้าฟังข้อมูลของผู้จัดการกองทุนจำนวนมาก
และหวังว่ารายย่อยน่าจะสนหุ้น BEC บ้างเพราะกำไรยังโตได้ดี ขณะที่ยังจ่ายปันผลสม่ำเสมอไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิ!!
โดย Mboy เวลา 09:27 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
08 เมษายน 2552
ข่าวห้องค้า 8 เม.ย.52
ข่าวห้องค้า
ไทยเอ็นวีดีอาร์ขายหุ้นดีแทค
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2552 จำนวน 0.04% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 4.99% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ขายหุ้นไทยบริการ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัทไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 0.16% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 4.96% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นแลนด์ฯ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 0.8% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 15.74% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
อีสเทิร์นไวร์ซื้อหุ้นอีเอ็มซี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทอีเอ็มซี โดย บริษัทอีสเทิร์นไวร์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 1.14% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 6.177% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
FIL ซื้อหุ้นเอพี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (เอพี) โดย FIL LIMITED FMR LLC เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2552 จำนวน 0.16% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 5.03% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นแอล.พี.เอ็น.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทแอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2552 จำนวน 1.18% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 16.07% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้น บล.ภัทร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัท บล.ภัทร โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2552 จำนวน 0.08% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 10.01% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
บีฟิทเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจ
บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2552 เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 มีมติให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขอำนาจกรรมการ เป็นดังนี้ "นายวิษณุ เครืองาม นางกิ่งเทียน บางอ้อ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และนางศิริพร มณีพันธ์ กรรมการสองในสี่คนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท"
ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่นางศิริพร มณีพันธ์ ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้เป็นกรรมการ (มีอำนาจ) ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำขอรับความเห็นชอบ
แคล-คอมพ์ยอดขายโต
บริษัทแคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) แจ้งยอดขายรายเดือนประจำเดือนมี.ค.2552 โดยมียอดขายจำนวน 8,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 7,724 ล้านบาท หรือ 2% ขณะที่ยอดรายได้จากเดือนมกราคมถึงมี.ค.2552 รวมเป็นจำนวน 24,132 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 2% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2551
ไทยพาณิชย์ตั้งกรรมการ
ธนาคารไทยพาณิชย์ แจ้งว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ครั้งที่ 186 เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 ได้มีมติแต่งตั้งให้ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ ดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารแทน นางพันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ ซึ่งขอลาออกจากการเป็นกรรมการธนาคาร ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2552
โดย Mboy เวลา 09:46 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น
เกาะกระดานหุ้น
เกาะกระดานหุ้น :
๐จับตาการเมืองจะร้อนฉ่าประการใด จะเกิดความวุ่นวาย หรือเกิดเหตุรุนแรงตามมาจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป่านกหวีดชุมนุม ใหญ่ ในวันนี้ (8 เม.ย.) จะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวานนี้ดัชนีหุ้นที่ปิดตลาดที่ 442.56 จุด ลดลง 3.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 13,353 ล้านบาท ที่น่าจับตานักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิอีก 1,332 ล้านบาท ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ กิริฎา เภาพิจิตร จากธนาคารโลก หวั่นการเมืองฉุดจีดีพีไทยปีนี้ติดลบ 4.9%
๐ชัดเจนระดับหนึ่งแล้วว่าคำสั่งของรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ที่ให้ปิดบ่อฝังกลบขยะของบริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ที่ จ.สระบุรีนั้น ยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลความผิดก่อน แต่ราคาหุ้น BWG ไม่รอช้า รับข่าวล่วงหน้าไปแล้ว โดยปิดที่ 1.50 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 6.25% สุทัศน์ บุณยอุดมศาสตร์ รองกรรมการผู้จัดการ สายบัญชีและการเงิน BWG ขอแจงไปถึงนักลงทุนและลูกค้าว่า แม้ว่าจะถูกปิดหลุมฝังกลบจริง รายได้ก็ไม่สะเทือน เพราะตอนนี้มีโครงการระยะยาว 1 โครงการ มูลค่า 412 ล้านบาท รับรู้รายได้ 3 ปี มาช่วยประคองรายได้แล้วจ้า!!!!!
๐ด้านบทวิเคราะห์ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ มองบริษัทการบินไทย (THAI) ประชุมนักวิเคราะห์นัดพิเศษ และได้รับความสนใจอย่างคึกคัก ทั้งนักวิเคราะห์และกองทุนแห่เข้าร่วมรับฟังสาระสำคัญของแผนการปรับโครง สร้างองค์กร และแนวโน้มผลประกอบการ โดยแผนแบ่งเป็น 2 ระยะได้แก่ระยะเร่งด่วนในปี 2552 ครอบคลุมถึงเรื่องการเพิ่มรายได้ควบคุมค่าใช้จ่ายสร้างความมั่นใจ ขณะที่แผนระยะที่ 2 จัดทำแผนฝูงบิน ปรับโครงสร้างธุรกิจและต้นทุน พัฒนาองค์กร บุคลากร รวมถึงเทคโนโลยี และแผนปรับโครงสร้างทางการเงินระยะยาว
๐ในที่ประชุมผู้บริหาร เน้นแผนเร่งด่วนโดยเฉพาะการลดต้นทุน ตั้งเป้าหมายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และได้คาดการณ์ผลประกอบการปีนี้จะพลิกเป็นกำไร หากลดต้นทุนได้แถม EBIDA จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท รวมทั้งแสดงความมั่นใจมากในผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปีนี้ เพราะราคาน้ำมันปรับลงและปริมาณผู้โดยสารไม่ลดลงอย่างที่คาดไว้
๐ถึงแม้จะฟังแล้วนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังไม่มั่นใจผลประกอบการของ THAI จะพลิกฟื้นได้จริงตามที่ผู้บริหารคาด รวมถึงยังสงสัยว่าแผนการลดต้นทุนราว 1 หมื่นล้านบาท จะดำเนินการได้จริงหรือไม่ แต่หลังการประชุมและการตอบคำถามของผู้บริหาร นักวิเคราะห์ในตลาดจะเริ่มมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นกับ THAI และคาดจะมีการปรับประมาณการปี 2552 และราคาเหมาะสมขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ.....จับตาดูกันต่อไป เกาะกระดานว่า ข้อสำคัญเลยนะ หากม็อบไม่รุนแรง ทั้งหมดก็มีลุ้น!!!!!!
โดย Mboy เวลา 09:44 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น
