02 เมษายน 2552

หุ้นสหรัฐปิดบวกรับแรงหนุน

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกรับแรงหนุน น้ำมันดิบร่วง 1.27 ดอลลาร์

สหรัฐ 2 เม.ย. - ตลาดหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวในแดนบวกต่อเนื่อง จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มสำคัญ หลังข้อมูลเศรษฐกิจออกมาน่าพอใจ

ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเป็นวันแรกในไตรมาส 2 ของปี ดัชนีปรับเพิ่มจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นบวก
ไม่ว่าจะเป็นยอดจำหน่ายบ้านในเดือนที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ดัชนีกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมแม้จะปรับลดลงในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าที่คาดไว้ เช่นเดียวกับการใช้จ่ายภาคการก่อสร้าง ที่แม้จะลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 แต่ก็ไม่มากอย่างที่คาดไว้เช่นกัน

ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.50 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.28 พันล้านหุ้น


บิล สโตน นักวิเคราะห์จาก PNC Wealth Management กล่าวว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคักคัก หลังจากสำนักงานจัดการด้านอุปทานระบุว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมของโรงงานในสหรัฐปรับตัวลดลงน้อยเกินคาดในเดือนก.พ. และดัชนีการทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales)
เพิ่มขึ้น 2.1% แตะระดับ 82.1 จุดในเดือนก.พ. จาก 80.4 ในเดือนม.ค.

ก่อนหน้านี้สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 5.1% แตะระดับ 4.72 ล้านยูนิต สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ.จะร่วงลง 0.9% แตะระดับ 4.45 ล้านยูนิต/ปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติเริ่มรวบรวมข้อมูลในปีพ.ศ.2543

ดัชนีการทำสัญญาซื้อบ้านที่รอการปิดขายและยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ.ที่พุ่งขึ้นเกินความคาดหมายทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่คลายความวิตกกังวลเรื่องปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยลอว์เรนซ์ ยุน หัวหน้านักวิเคราะห์ของสมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า การที่ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ.พุ่งขึ้นเกินคาดมาจากการที่ประชาชนเข้าซื้อบ้านในช่วงที่ราคาบ้านตกต่ำลง และความเชื่อมั่นที่ว่ารัฐบาลสหรัฐจะใช้มาตรการฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายซบเซาลงหลังจาก ADP National Employment Report รายงานว่า ภาคเอกชนของสหรัฐลดการจ้างงานลง 742,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่จับตาดูตัวเลขจ้างงานเดือนก.พ.ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในคืนวันศุกร์ที่ 3 เม.ย.นี้

โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า อัตราว่างงานประจำเดือนมี.ค.ของสหรัฐจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 8.5%
ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี จากเดือนก.พ.ที่ระดับ 8.1% และคาดว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร (nonfarm payroll) เดือนมี.ค.จะร่วงลง 660,000 คน ซึ่งจะทำให้จำนวนคนตกงานโดยรวมพุ่งขึ้นเป็น 5 ล้านคน

นอกจากนี้ ตลาดยังคงถูกปกคลุมด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ
หลังจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ ระบุว่า การล้มละลายเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการปรับโครงสร้างของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) โดยผ่านกระบวนการที่ลูกหนี้คือจีเอ็มและเจ้าหนี้คือรัฐบาลสหรัฐทำข้อตกลงและจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการร่วมกัน (Prepackaged Bankruptcy)

นักลงทุนจับตาดูการประชุมสุดยอด G20 ที่กรุงลอนดอนในวันที่ 2 เม.ย.นี้ โดยคาดว่าที่ประชุมจะเรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ใช้กฎข้อบังคับด้านการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นและร่วมมือกันใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ทั่วโลกสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันได้

หุ้นซิตี้กรุ๊ปปิดบวก 5.9% หุ้นเจพีมอร์แกนปิดพุ่ง 5.9%เช่นกัน ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น โดยหุ้นไมโครซอฟท์พุ่งขึ้น 5.1% และหุ้นแอปเปิลปิดบวก 3.4%


ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์
ลดลง 1.27 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ระดับ 48.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 7,761.60 จุด เพิ่มขึ้น 152.68 จุด
แนสแดคปิดที่ระดับ 1,551.60 จุด เพิ่มขึ้น 23.01 จุด
และเอสแอนด์พี ปิดที่ระดับ 811.08 จุด เพิ่มขึ้น 13.21 จุด

ที่มา: สำนักข่าวไทย
สำนักข่าวอินโฟเควสท์

คาดยังพอเก็งกำไรได้

บล. เกียรตินาคินคาดยังพอเก็งกำไรได้ หากหุ้นไทยแกว่งตัวที่ 420-430 จุด

วิริยา ลาภพรหมรัตน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิดร่วงลงสวนทางกับตลาดอื่นในภูมิภาค เนื่องจากยังมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามากดดัน ซึ่งหากยังยืดเยื้อต่อไป ก็จะทำให้ดัชนีซึมลงและอ่อนตัวต่อไป โดยเชื่อว่าจะยังเคลื่อนไหวได้ระหว่าง 420- 430 จุดในระยะหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เก็งกำไรระยะสั้นได้บ้าง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงพอสมควร โดยหากเป็นหุ้นบมจ. ปตท. (PTT) อ่อนตัวลงมาแตะที่ระดับ 147 บาท ก็สามารถเข้าเก็งกำไร เพื่อรอการดีดกลับขึ้นไปแตะระดับ 152-155 บาทได้

ส่วนการประชุม G-20 ก็ไม่น่าจะมีผลในเชิงรูปธรรม และจิตวิทยาการลงทุนมากนัก แต่ก็อาจทำให้หุ้นปรับเพิ่มขึ้นและมีแนวต้านขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 435 จุดได้

สำหรับราคาหุ้นบมจ. การบินไทย (THAI) ที่ปรับเพิ่มขึ้น เชื่อว่าเกิดจากความคาดหวังใหม่ ๆ ที่มีต่อ THAI และบมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) ทั้งแนวโน้มการลดต้นทุนการดำเนินงาน และการนำเสนอแผนธุรกิจใหม่ให้กับกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ราคาหุ้น THAI ในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับลดลงไปมาก ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นในระยะนี้ปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังเชื่อว่าจะยังมีกรอบที่จำกัดไว้ เพราะจะต้องมีการพิจารณาผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทด้วย ซึ่งหากงบการเงินมีทิศทางที่ดีขึ้น จะทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพมากกว่าปัจจุบันได้

ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ ปิดร่วงลง 1.41 จุด หรือ 0.33% มาปิดที่ 430.09 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่ 6,736.38 ล้านบาท

- นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 43.19 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 250.98 ล้านบาท
- นักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิ 294.18 ล้านบาท


- Money Channel โดยวาสิฏฐี อนุกูล Email: wasittee@set.or.th

มองตลาดยังเสี่ยง

บล. ดีบีเอสฯมองตลาดยังเสี่ยง แนะเลือกหุ้นที่กำไรยังโตได้แม้เศรษฐกิจชะลอ


อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวในรายการก้าวทันตลาดทุนว่า ในระยะนี้ ควรต้องลงทุนรอบสั้นมากขึ้น หลังยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจ และการเมือง ทำให้ดัชนียังแกว่งตัวผันผวน แต่ในวันนี้ดัชนีมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ตามตลาดต่างประเทศ หลังจากบรรยากาศการลงทุนดีขึ้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภทอาจมีกำไรขยายตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 เช่น โรงกลั่นน้ำมันที่น่าจะได้กำไรจากสต็อกน้ำมัน และค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากยังมีข้อจำกัด จึงเชื่อว่าเป็นโอกาสในการขายหรือปรับพอร์ตการลงทุนได้หากดัชนีปรับเพิ่ม ขึ้น

บล. ดีบีเอสฯ มองว่า การลงทุนในขณะนี้ ควรเลือกหุ้นที่มีกำไรเติบโตได้ดีแม้ว่าเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น หุ้นบมจ. บ้านปู (BANPU) เพราะทำสัญญาขายราคาถ่านหินไว้ล่วงหน้าเป็นสัดส่วนประมาณ 72% ของปริมาณการขายในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับราคาสูงถึง 79-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และความต้องการถ่านหินยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ BANPU ยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก โดยมีหนี้สินสุทธิต่อทุนสิ้นปี 2551 เพียง 0.2 เท่า และจะได้รับกระแสเงินสดจากโรงไฟฟ้าในจีนและบริษัทร่วมเข้ามาด้วย อีกทั้ง BANPU ยังสามารถจ่ายปันผลได้ในระดับสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของกลุ่มหุ้นมูลค่าตลาดสูง โดยคาดว่าจะจ่ายได้ 16 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 7.7% ทำให้บล. ดีบีเอสฯเลือกเป็นหุ้น Top Pick ในขณะนี้

บล. ดีบีเอสฯให้ราคาที่เหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานเฉลี่ยไว้ที่ 264 บาท

หุ้นเช็คช่วยชาติ!!

หุ้นเช็คช่วยชาติ!!
[2 เม.ย. 52 - 02:12]


เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท จำนวน 5.5 ล้านฉบับ สำหรับผู้ประกันตนที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/เดือนที่ได้กระจายไปถึงมือประชาชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศและกำลัง เริ่มมีการจับจ่ายใช้สอยแล้วนั้น

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลดีมากที่สุดจากเช็คช่วยชาติคือพาณิชย์และอาหาร เพราะคาดว่าผู้บริโภคจะนำไปใช้ในการซื้อสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็น หลัก ดังนั้นจึงแนะนำให้ซื้อหุ้น CPALL, BIGC และ CPF

ส่วนกรณีที่ BBL ประกาศลดดอกเบี้ยรอบใหม่ โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25-0.50% ยังผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3-12 เดือนลดลงเป็น 0.75-1.00% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR เป็น 6.00% มีผล 25 มี.ค. 52 ส่วนอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ทรงตัวที่ 0.50% นั้น

เห็นว่า อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงเป็นข่าวบวกกับกลุ่มที่พักอาศัย แม้อาจไม่สามารถช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ แต่ดอกเบี้ยที่ลดและมาตรการลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมจะช่วยพยุงไม่ให้ยอด ขายหดตัวรุนแรงจนเกินไป ในทางกลยุทธ์แนะนำซื้อเก็งกำไรหุ้น AP เนื่องจากเป็นบริษัทที่มี Backlog สูง และจะขึ้น XD ปิดสมุดทะเบียนรายชื่อเพื่อจ่ายเงินปันผลวันที่ 7 พ.ค.นี้ ที่หุ้นละ 0.25 บาท , PS เนื่องจากสินค้าหลากหลาย มีต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ขึ้น XD ไปแล้ว, LPN มี Backlog สูง จะขึ้น XD 2 เม.ย. จำนวนหุ้นละ 0.27 บาท

ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วงแรกของการลดดอกเบี้ยทั้งสองขา ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) จะลดลงก่อนเพราะรายได้ดอกเบี้ยลดลงเร็วกว่าต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากเงินให้กู้ส่วนใหญ่อิงกับอัตราดอกเบี้ยลอยตัวแต่เงินฝากส่วนใหญ่ เป็นฝากประจำ 3-12 เดือน

แต่คาดว่าผลกระทบจากการลดลงของ NIM จะไม่รุนแรง และแบงก์พยายามหารายได้ค่าธรรมเนียมเข้ามาเสริม จึงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็น Neutral “ถือ” โดยหุ้น Top picks เป็น BBL และ KBANK.


อินเด็กซ์ 51

01 เมษายน 2552

จับตาหุ้นเด่นวันนี้

STOCKFOCUS: จับตาหุ้นเด่นวันนี้
IQ ข่าวหุ้น 01/04/2009 09:19:59

*PTTEP
-กำลังเจรจาขยายพื้นที่สำรวจในออสเตรเลีย,สรุปวงเงินหุ้นกู้ปลายเม.ย.

*BT
-เผย CIMB ไม่มีนโยบายลดสัดส่วนการถือหุ้น-ไม่มีแผนออกจากตลาดหุ้น

*PM
-กังวลรายได้ปี 52 พลาดเป้าที่ตั้งไว้โต10%จากปีก่อน-ล้างขาดทุนสะสมหมด

*BSM
-ตั้งเป้าปี 52 รายได้โต 20% เป็น 500 ลบ.จับมือ ROCK ทำตลาดต.อ.กลาง

*EGCO
-เผย"เอ็กโกบีวีไอ"ซื้อหุ้นที่เหลือของGPIQ เพื่อสร้างฐานในฟิลิปปินส์

*SECC
-รับแผนทำรถเมล์ NGV ส่อเค้าล่ม/คาดตรวจสอบความเสียหายเสร็จสิ้นปี 52

*DISTAR
-คาดลงทุนขั้นต่ำ 500 ลบ.ร่วมมือพันธมิตรรับงานรถเมล์ NGV 1 พันคัน

*CPN
-เตรียมออกหุ้นกู้ 2.5-3 พันลบ.ใน Q2/52, หาเงินกู้ระยะยาวใช้ลงทุน

*กลุ่มรับเหมา
-รฟท.เปิดประมูลรถไฟฟ้าสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตพร้อมกัน 3 สัญญาราว ส.ค.

*AOT
-เตรียมเปิดบริการขึ้น-ลงเฮลิคอปเตอร์เชิงพาณิชย์-การแพทย์เม.ย.นี้

*CK
-รฟม.เร่งต่อรองรถไฟฟ้าสีม่วงสัญญา 1 กลุ่มCKTC จบต้นเม.ย.ก่อนส่งให้ JICA

*PAE
-เล็งหาทางแก้หลัง GPSชะงักแปลงวอร์แรนต์/ปีนี้รายได้โต-แต่กำไรยังลุ้น

*KTB/KTC
-บอร์ด KTB เสนอผถห.ไฟเขียวซื้อหุ้นเพิ่มทุน KTC ให้ถือได้มากกว่า 50%

*IHL
-เผยดีลลูกค้าใหม่หลุด 1 รายรอลุ้นอีก 2,รับรายได้ปี 52หดแต่ไม่แย่มาก

*CAWOW
-ปฏิเสธกระแสข่าวเจรจาพันธมิตรร่วมทุนรายใหม่เข้าถือหุ้น

*TIES
-นสพ.ระบุ ตลท. พร้อมตรวจสอบราคาหุ้นที่พุ่งตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. ก่อนชนซิลลิ่ง 2 วันติด

*SGP
-นสพ.ระบุ เลื่อนข้อสรุปการลงทุนเวียดนามพ.ค.52 จากเดิมไตรมาส 1/52 เผยแนวทางเข้าไปเทกโอเวอร์กิจการ รับประโยชน์มากกว่าลงทุนเองปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% สวนทางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 24 เม.ย.ขออนุมัติผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจอนาคต

*LALIN
-นสพ.ระบุ มั่นใจกำไรสุทธิปีนี้ดีกว่าปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 178.86 ล้านบาท เหตุค่าใช้จ่าย-ต้นทุนก่อสร้างลด คาดอัตรากำไรสุทธิพุ่งขึ้นแตะ 18% ขณะอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 37%พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ลุยเปิด 3-4 โครงการใหม่ มูลค่า 3,000 ล้านบาท

*EGCO/MDX/RATCH/BANPU/CK
-นสพ.ระบุ แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือจากรัฐบาลประเทศลาวขอให้เปิดเจรจาซื้อขายไฟฟ้าอีกครั้ง หลังบันทึกความเข้าใจที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้สิ้นสุดไปเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา โดยมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะใช้โอกาสในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวก 3 ซึ่งนายกรัฐมนตรีจากลาวจะเดินทางมาร่วมประชุม เป็นเวทีหารือเบื้องต้น

*OGC
-นสพ.ระบุ โอเชียนกลาสเดินหน้าสร้างแบรนด์ ย้ำอะแวร์เนส เท 30 ล้าน ออนแอร์โฆษณาชุดใหม่ ชูสินค้าอิงซีซันนอล-ไลฟ์สไตล์เป็นหัวหอก เผยแผนเตรียมใช้โฆษณาสร้างแบรนด์ในภูมิภาคเอเชีย เผย ศก.ไม่เอื้อขอพยุงยอดขายรวม

*NOBLE
-นสพ.ระบุ ผู้บริหาร "ธงชัย บุศราพันธ์" มั่นใจทั้งปียอดขายพุ่ง 3 พันล้านบาท ส่วนไตรมาส 2/2552 เตะเบรกโครงการใหม่ ช็อปที่ดินย่านรถไฟฟ้าตุนที่ดิน 7 พันล้านบาท ฟันธงมาร์จิ้นปีนี้ทะยาน 40% ยิ้มต้นทุนก่อสร้างต่ำติดดิน ยอดพรีเซลไตรมาสแรกพุ่ง 1.7 พันล้านบาท

*SITHAI
-นสพ.ระบุ บุก กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ ปั้นยอดขายเติบโต 5.1 พันล้าน เล็งใส่เกียร์ห้าอัดฉีดงบลงทุน 400 ล้านสั่งซื้อเครื่องจักรและแม่พิมพ์เพิ่มกำลังการผลิต 100% หวัง 5 ปีฐานยอดขายพุ่ง 1 หมื่นล้านบาท

*AP
-นสพ.ระบุ ยอดโอนคอนโดมิเนียม 3 เดือนแรก มูลค่ารวมกว่า 980 ล้านบาท ขณะที่แนวราบยังไปได้ดีคาดผลประกอบการไตรมาส 1/2552 ฉลุยจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ทำได้ 1,324.26 ล้านบาท กำไรสุทธิ 151.52 ล้านบาท ย้ำชัดรายได้รวมปีนี้โตตาม 10% ชัวร์

*IEC
-นสพ.ระบุ "สัณห์จุฑา วิชชาวุธ" โบ้ยตลาดผันผวนไม่เอื้อลงทุนฉุดงบบักโกรก พร้อมแย้มลุยธุรกิจพลังงานทดแทน-ไฟฟ้า คาดได้ข้อสรุปไตรมาส 2-3/2552 หวังสร้างรายได้มั่นคงในอนาคต

*TYM
-นสพ.ระบุ ผู้บริหาร "บุญชัย จิระพงษ์ตระกูล" ตั้งเป้าผลงานปีนี้โตใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 5,587.26 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 45.71 ล้านบาท เปิดปากแผนเจรจาพันธมิตรคืบหน้าไปกว่า 70% คาดสิ้นปีได้ข้อสรุปชัวร์

*BGT
-นสพ.ระบุ ส่งซิก เดือนเมษายนนี้ มีบิ๊กเซอร์ไพรซ์ ด้าน "นพดล ธรรมวัฒนะ" ดอดลัดฟ้าซุ่มเจรจาทางธุรกิจ หวังหาพันธมิตรร่วมทุนไกลถึงเมืองผู้ดี ระบุ กลับมามีแถลงข่าวด่วนแน่ ขณะที่อัตราการเติบโตของรายได้ในปีนี้มีลุ้นเพิ่มขึ้น 10-15% จากปีก่อนที่ 600 ล้านบาท อานิสงส์ยอดขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาในปีนี้เพิ่มกว่า 20-30 แห่ง

*TMB
-นสพ.ระบุ มั่นใจปีนี้กำไรฉลุยหลังหมดภาระแบกสำรองเพิ่ม จัดโครงสร้างใหม่เสร็จสิ้น ส่วนสินเชื่อไตรมาสแรกปีนี้หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อนโดยเฉพาะเทรดไฟแนนซ์และเวิร์กกิ้งแคปปิตอล แต่ลั่นทั้งปีโตเข้าเป้า 2-3% ปั๊มสัดส่วนรายย่อยและ SME เพิ่ม คาดสิ้นปีกดหนี้เน่าลงตามเป้า 10%

*TUCC
-นสพ.ระบุ แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า การขายหุ้นของนายยงยุทธรอบนี้น่าจะเป็นหุ้นที่ถูกบังคับขาย (ฟอร์ซเซล) ออกมาอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่านายยงยุทธได้นำหุ้นจำนวนมากไปให้กับ “เสี่ยผมม้า" ทำ โดยเสี่ยคนดังได้ทำราคาหุ้น TUCC ขึ้นไปสูงมาก ก่อนจะขายทิ้งลงมา แต่หลังจากนั้นไม่ยอมซื้อหุ้นกลับคืน ทำให้นายยงยุทธโมโหมาก และตามไปบังคับให้ซื้อหุ้นคืนกลับมา

ข่าวห้องค้า 1 เม.ย.52

ข่าวห้องค้า


TAI CHONG YIH ซื้อหุ้นถิรไทย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นของบริษัทถิรไทย โดย TAI CHONG YIH เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2552 จำนวน 1.38% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 10.54% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

กระเบื้องตราเพชรตั้งกรรมการ
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท กระเบื้องหลังคาตราเพชร ครั้งที่ 203 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2552 มีมติแต่งตั้งนายศักดา มณีรัตนฉัตรชัย เป็นกรรมการ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ แทนนายสุวิทย์ นาถวังเมือง ที่ไม่ขอรับทุกตำแหน่งอีกเมื่อครบวาระ ทั้งนี้ตามคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนได้สรรหาและเสนอแนะ เพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 24 วันที่ 17 เม.ย.2552 พิจารณาอนุมัติต่อไป

กรรมการซีพีอาร์ลาออก
นายโทโมฮิสา โอโน ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทและกรรมการผู้จัดการของบริษัทซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2552 และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2552 มีมติแต่งตั้งให้ นายเซอิชิ โอกาว่า ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และนายยูจิ เคียวอิ รักษาการตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2552 เป็นต้นไป

นวกิจแจงข้อมูลพันธมิตร
บริษัท นวกิจประกันภัย แจ้งว่า จากการเข้ามาถือหุ้นบริษัทของบริษัท นิปปอนโคอะอินชัวรันส์ จำกัดนั้น มีข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องแจ้งผู้ถือหุ้นได้รับทราบ คือบริษัท นิปปอนโคอะอินชัวรันส์ จำกัด เป็นบริษัทประกันภัยที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 9% ของธุรกิจประกันวินาศภัย และเป็นบริษัทเก่าแก่อันดับ 3 ในประเทศญี่ปุ่น มีเบี้ยประกันภัยรับสุทธิประมาณ 698,685 ล้านเยน และสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3,323,190 ล้านเยน มีสาขาในประเทศญี่ปุ่น 81 สาขา และสำนักงานในต่างประเทศ 26 แห่ง ครอบคลุม 16 ประเทศ
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก ณ 30 ก.ย.2551 ประกอบด้วย State Street Bank and Trust Company 9.93% Longleaf Partners Fund 7.80% Nippon Express Co.,Ltd. 4.35% Mellon Bank NA Treaty Client Omnibus 2.69% และ The Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ,Ltd. 2.67%

จีเจสตีลตั้งกรรมการตรวจสอบ
บริษัท จี เจ สตีล แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2552 มีมติแต่งตั้งประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรม การตรวจสอบ คือ ร.ศ.นิพัทธ์ จิตรประสงค์ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ ผศ.ดร.ธนวรรธ ศรีวะรมย์ และนางอาทิตยา สุธาธรรม เป็นกรรมการตรวจสอบโดยให้มีผล ณ วันที่ 23 มี.ค.2552

ไทยเกรียงกำไร 944 ล้าน
บริษัท ไทยเกรียง กรุ๊ป แจ้งผลการดำเนินงานของบริษัทประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2551 มีกำไรสุทธิ 944.70 ล้านบาท หรือ 1.77 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 139.31 ล้านบาท หรือ 0.26 บาทต่อหุ้นได้รวม โดยบริษัทมีรายได้รวม 1,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,039 ล้านบาท หรือ 8,704% โดยเป็นผลมาจากกำไรจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และกำไรจากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากการประกอบธุรกิจ จากการเป็นนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์อีก 27.84 ล้านบาท
บริษัทไม่มีต้นทุนจากการขาย เนื่องจากบริษัทประกอบธุรกิจในปี 2551 เป็นนายหน้าในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารประจำปี 2551 เท่ากัน 22 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 10 ล้านบาท หรือ ลดลง 33%

เอ็มเอฟซี โกลบอลพลิกขาดทุน
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล อิควิตี้ ฟันด์ แจ้งผลการดำเนินงานประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2551 ขาดทุนสุทธิ 317.56 ล้านบาท หรือ 4.68 บาทต่อหุ้น ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่กำไรสุทธิ 10.31 ล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น


Template by - Abdul Munir | Blogging4