จับตา 15 มี.ค.นี้ ประชุมโอเปค
เฮดจ์ฟันด์รายใหญ่คาดราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ $60 หากโอเปคลดกำลังการผลิต 15 มี.ค.นี้
ปิแอร์ อองดูรองด์ ผู้บริหารบริษัท BlueGold Capital Management LLP ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ของอังกฤษ คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งขึ้น 37% แตะที่ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล หากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) มีมติลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 15 มี.ค.ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นการลดกำลังการผลิตครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีพ.ศ.2551 เพื่อสกัดกั้นการร่วงลงของราคาน้ำมัน
"จนถึงขณะนี้กลุ่มโอเปคได้พร้อมใจกันลดกำลังการผลิต และคาดว่าพวกเขาจะเห็นพ้องให้ลดการผลิตลงอีกในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะหนุนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับ 60 ดอลลาร์ทันที" อองดูรองด์กล่าว
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ดีดตัวขึ้น 13% ในช่วง 2-3 วันทำการในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มโอเปคซึ่งผลิตน้ำมันได้กว่า 40% ของผลผลิตทั่วโลก อาจลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือนนี้ หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดว่าดีมานด์พลังงานในปีนี้จะร่วงลงหนักสุดในรอบ 27 ปี และหลังจากสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 7.7% ในปีนี้ ซึ่งเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี
อองดูรองด์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นเร็วๆนี้ และคาดว่ารัฐบาลและธนากลางทั่วโลกจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอีกหลายล้าน ล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและรับมือกับวิกฤตการณ์การเงินที่ลุกลามไปทั่วโลก ขณะที่มูลค่าในตลาดหุ้นทั่วโลกหายวับไปกว่า 31 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
"ในอีก 2-3 ปีข้างน้านี้เราจะได้เห็นภาวะเงินฝืด มากกว่าเงินเฟ้อ และคาดว่าการที่เศรษฐกิจโลกจะหลุดพ้นจากภาวะถดถอยได้นั้นต้องอาศัยเวลาอีก หลายปี โดยเฉพาะหากรัฐบาลไม่ใช้มาตรการที่แข็งแกร่งเพียงพอ" อองดูรองด์กล่าว
Hedge Fund Research ระบุว่า เฮดจ์ฟันด์ทั่วโลกขาดทุน 19%โดยเฉลี่ยในปี 2551 ซึ่งถือเป็นปีที่ทำรายได้ต่ำสุดนับตั้งแต่ Hedge Fund Research เริ่มรวบรวมข้อมูลในปีพ.ศ.2533 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน
ที่มา :สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา
Categories
- กองทุน (2)
- ข่าวห้องค้า (7)
- ความรู้ หุ้น (15)
- ความรู้อนุพันธ์ (6)
- ความรู้อนุพันธ์;TFEX (1)
- ความรู้ SET (5)
- คอลัมน์ทองคำ (1)
- คอลัมน์หุ้น (30)
- ค่าเงิน (4)
- ค่าระวางเรือ (2)
- ดอกเบี้ย (6)
- ตลาดเงิน (3)
- ตลาดหุ้นทั่วโลก (9)
- ตลาดหุ้นไทย (239)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ (46)
- ตลาดหุ้นสหรัฐ;เศรษฐกิจสหรัฐ (2)
- ตัวเลขส่งออก (1)
- ตัวเลข GDP (2)
- ทองคำ (14)
- น้ำมัน (15)
- แนวโน้มตลาดรายวัน (8)
- บทความหุ้น (56)
- ปฎิทินหุ้น (3)
- แผนกู้วิกฤตการเงิน (19)
- วอร์แรนท์ (3)
- เศรษฐกิจญี่ปุ่น (1)
- เศรษฐกิจไทย (91)
- เศรษฐกิจโลก (29)
- เศรษฐกิจสหรัฐ (11)
- หุ้น (65)
- หุ้นกู้ (3)
- หุ้นเด่นวันนี้ (4)
- หุ้นแบงค์ (2)
- G20 (3)
- warrant (1)
--==::: ข่าวประกาศ :::==--
บทความย้อนหลัง
- 05 ก.ค. (1)
- 11 ก.ย. (3)
- 09 ก.ย. (6)
- 03 ก.ย. (3)
- 02 ก.ย. (2)
- 27 ส.ค. (2)
- 20 ส.ค. (3)
- 18 ส.ค. (4)
- 10 ส.ค. (4)
- 04 ส.ค. (1)
- 03 ส.ค. (5)
- 30 ก.ค. (5)
- 28 ก.ค. (4)
- 27 ก.ค. (3)
- 24 ก.ค. (4)
- 23 ก.ค. (4)
- 22 ก.ค. (5)
- 21 ก.ค. (3)
- 20 ก.ค. (7)
- 17 ก.ค. (3)
- 16 ก.ค. (4)
- 15 ก.ค. (2)
- 14 ก.ค. (4)
- 13 ก.ค. (5)
- 10 ก.ค. (5)
- 09 ก.ค. (5)
- 08 ก.ค. (4)
- 03 ก.ค. (6)
- 30 มิ.ย. (5)
- 29 มิ.ย. (6)
- 26 มิ.ย. (4)
- 25 มิ.ย. (5)
- 24 มิ.ย. (5)
- 23 มิ.ย. (5)
- 22 มิ.ย. (5)
- 19 มิ.ย. (5)
- 18 มิ.ย. (5)
- 17 มิ.ย. (4)
- 16 มิ.ย. (4)
- 15 มิ.ย. (6)
- 12 มิ.ย. (5)
- 11 มิ.ย. (4)
- 10 มิ.ย. (4)
- 09 มิ.ย. (4)
- 08 มิ.ย. (4)
- 05 มิ.ย. (5)
- 04 มิ.ย. (4)
- 03 มิ.ย. (1)
- 28 พ.ค. (4)
- 27 พ.ค. (4)
- 26 พ.ค. (6)
- 25 พ.ค. (6)
- 22 พ.ค. (8)
- 21 พ.ค. (5)
- 20 พ.ค. (4)
- 19 พ.ค. (3)
- 14 พ.ค. (3)
- 13 พ.ค. (2)
- 12 พ.ค. (2)
- 11 พ.ค. (5)
- 07 พ.ค. (3)
- 06 พ.ค. (4)
- 30 เม.ย. (4)
- 29 เม.ย. (5)
- 28 เม.ย. (4)
- 24 เม.ย. (4)
- 23 เม.ย. (4)
- 22 เม.ย. (4)
- 20 เม.ย. (3)
- 17 เม.ย. (4)
- 16 เม.ย. (4)
- 10 เม.ย. (5)
- 09 เม.ย. (3)
- 08 เม.ย. (7)
- 07 เม.ย. (7)
- 05 เม.ย. (4)
- 03 เม.ย. (7)
- 02 เม.ย. (8)
- 01 เม.ย. (8)
- 31 มี.ค. (5)
- 30 มี.ค. (6)
- 29 มี.ค. (4)
- 28 มี.ค. (2)
- 27 มี.ค. (9)
- 26 มี.ค. (8)
- 25 มี.ค. (4)
- 24 มี.ค. (6)
- 23 มี.ค. (7)
- 20 มี.ค. (6)
- 19 มี.ค. (9)
- 18 มี.ค. (6)
- 17 มี.ค. (6)
- 16 มี.ค. (7)
- 13 มี.ค. (3)
- 12 มี.ค. (3)
- 11 มี.ค. (5)
- 10 มี.ค. (8)
- 09 มี.ค. (7)
- 05 มี.ค. (7)
- 04 มี.ค. (6)
- 03 มี.ค. (3)
- 02 มี.ค. (5)
- 27 ก.พ. (5)
- 26 ก.พ. (2)
- 25 ก.พ. (5)
- 18 ก.พ. (2)
- 17 ก.พ. (3)
- 16 ก.พ. (2)
- 12 ก.พ. (2)
- 11 ก.พ. (3)
- 09 ก.พ. (1)
09 มีนาคม 2552
ประชุมโอเปค 15 มี.ค
โดย Mboy เวลา 09:16 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
ต่างชาติถือหุ้นไทยเหลือ17%
นางวิริยา ลาภพรหมรัตน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคิน เปิดเผยว่า หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นยุโรปที่เปิดบวกในช่วงบ่ายวันศุกร์ตามเวลา เมืองไทย หลังจากธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% สู่ระดับ 0.5% และ 1.5% และประกาศเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ภรณี ทองเย็น
นอกจากนี้ อีกเหตุผลหนึ่งคือตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนการลงทุนของต่างชาติลดลงเหลือเพียง 17% จากปีก่อนอยู่ที่กว่า 30% เพราะกว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้ขายหุ้นออกกว่า 1.69 แสนล้านบาท ดังนั้น เมื่อมีข่าวร้ายๆ ในต่างประเทศเกิดขึ้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยรุนแรงนัก
อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจในปีนี้ยังบวกได้ดัชนีแถวระดับ 400 จุดสามารถรับได้ แต่หากติดลบก็มีสิทธิลงไปสู่ระดับ 300 จุดเศษ
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ “ลงทุนหุ้นปันผลอย่างไรเมื่อกำไรทรุด” ว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือกระแสเงินสดที่อาจจะติดลบ ซึ่งขณะนี้พบว่าบจ.บางแห่งเริ่มติดลบแล้ว ส่งผลกระทบต่อการจ่ายเงินปันผลได้ เช่น บริษัทในอุตสาหกรรมเหล็กและอิเล็กทรอนิกส์
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการสายงานพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์องค์กรตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นักลงทุนควรจะให้ความสำคัญกับการลงทุนในหุ้นขนาดกลางที่อยู่ในตลาดหลัก ทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) เนื่องจากบริษัทขนาดกลางหลายแห่งได้สร้างความแตกต่างในการดำเนินธุรกิจและ จ่ายเงินปันผลได้ดี
ที่มา :โพสต์ทูเดย์
โดย Mboy เวลา 09:12 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ตลาดหุ้นไทย
เกาะติดหุ้นร้อน
- เปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์ (2 มี.ค.) หุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เด้งขึ้นรับข่าวเข้าถือหุ้นเพิ่มในบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยวิ่งขึ้นไปถึง 45.25 บาท ก่อนจะลงมาที่ 40.50 บาท และกลับขึ้นไปใหม่ในรอบนี้ยืนที่ 42 บาท บล.กิมเอ็งคาดว่า KBANK จะต้องใช้เงินเบื้องต้นในการซื้อหุ้นครั้งนี้ไม่เกิน 7,244 ล้านบาท แต่การลงทุนในครั้งนี้จะส่งผลดีในระยะยาว เนื่องจากธนาคารจะมี รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกัน พร้อมทั้งส่วนแบ่งผลประโยชน์จากธุรกิจประกันชีวิตที่เพิ่มขึ้น
- ราคาหุ้น บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ หรือวอร์แรนต์ (UMS-W1) กลับมาเก็งกำไรกันอีกรอบ ตอบรับข่าวรัฐบาลจีนเตรียมส่งเสริมด้านสาธารณูปโภคภายในประเทศ ทำให้คาดการณ์สินค้า ส่งออกประเภทวัสดุก่อสร้าง เหล็ก รวมถึงถ่านหิน จะได้รับอานิสงส์ ทำให้ UMS จากที่ลงไปลึก 7.8% ขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% และ UMS-W จาก 1.92 บาท มาที่ 2.96 บาท บล.สินเอเซีย ชี้สัญญาณเทคนิคมี แนวโน้มฟื้นตัวขึ้น แนะ "เก็งกำไร" ประเมินแนวรับที่ 8.60 บาท แนวต้านที่ 9.50 บาท ส่วน UMS-W1 ประเมินแนวรับที่ 3.30 บาท แนวต้านที่ 3.60 บาท
- หุ้น บมจ.ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) ไม่ตก กระแสทองคำฟีเวอร์ หลังปี"51 กลับมามีกำไรสุทธิ 111.81 ล้านบาท จากขาดทุนปี"50 ที่ 147.95 ล้านบาท ราคาปรับตัวจาก 1.44 บาทมาอยู่ที่ 1.55 บาท นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยา ระบุแม้สัญญาณทางเทคนิคอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ราคาปรับขึ้นแรงแล้ว จึงอาจเจอแรงขายกดดันให้ราคา อ่อนตัวลงได้ แนะนำรอซื้อที่บริเวณแนวรับ 1.44-1.42 บาท เพื่อ "เก็งกำไรระยะสั้น" หากราคาปรับขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1.55-1.56 บาท แนะนำ "ขายทำกำไร"
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
โดย Mboy เวลา 09:02 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น, หุ้น
เกาะติดตลาดหุ้น-เงิน
เกาะติดตลาดหุ้น-เงิน
- ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดเจอข่าวลบแบงก์เอไอจีในสหรัฐขาดทุนหนัก กดตลาดหุ้นลงทั่วโลก ทำให้ดัชนีวันแรก ปิดที่ 416.52 จุด ลดลง 15 จุด มูลค่า การซื้อขาย 8,057.81 ล้านบาท
- ถัดมากลางสัปดาห์ จีนอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ สร้างความหวังเศรษฐกิจจะไม่ถดถอยรุนแรง ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น ดัชนีปิดที่ 417.86 จุด เพิ่มขึ้น 4.77 จุด มูลค่าการ ซื้อขาย 6,849.23 ล้านบาท ท้ายสัปดาห์ ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นจากข่าวอังกฤษ ลดดอกเบี้ย 0.5% และเพิ่มแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอีก ส่งผลดัชนี 419.51 จุด บวก 2.40 จุด มูลค่าซื้อขาย 5,642.97 ล้านบาท
- สัปดาห์นี้ บล.เกียรตินาคิน ให้จับตาผลประชุมกลุ่มโอเปกหารือลดกำลัง การผลิต จะกระทบกลุ่มพลังงาน คาดตลาดมีแนวรับ 410 จุด แนวต้าน 425 จุด
- ด้านค่าเงินบาท เปิดตลาดต้นสัปดาห์ที่ 36.23/21 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อน ซึ่งการแข็งค่ามีปัจจัยหลักจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินทุกสกุล เนื่องจากนักลงทุนวิตกต่อความเสี่ยงในตลาดและต้องการถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยช่วงต้นสัปดาห์ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 12 ปี รวมทั้งการออกแผนช่วยเหลือซิตี้กรุ๊ปรอบใหม่ของทาง การสหรัฐและเอไอจี ที่ทำให้ตลาดคาดว่าสหรัฐต้องให้ความช่วยเหลืออีกหลายแห่ง
- กลางสัปดาห์เงินบาทยังได้รับแรงกดดัน จากปัจจัยในประเทศที่มีการเทขายเงินบาทอย่างหนัก ทำให้เงินบาทปรับตัวไปแตะระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบ 2 ปี ที่ 36.35 แต่ปิดตลาดกลับมาแข็งค่าที่ 36.06/08
- สัปดาห์นี้ นักค้าเงินจาก ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.90-36.30 บาท/ดอลลาร์
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
โดย Mboy เวลา 08:58 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: คอลัมน์หุ้น, หุ้น
05 มีนาคม 2552
น้ำมันพุ่ง3.73ดอลล์
ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์พุ่ง 3.73 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ 45.38 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และน้ำมันเบรนท์ ตลาดลอนดอน ปิดบวก 2.42 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดตลาดที่ 46.12 ดอลลาร์สหรัฐ
โดย Mboy เวลา 09:42 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: น้ำมัน
ทองคำปิดร่วง 6.90$
ทองคำปิดร่วง 6.90$ หลังดอลล์แข็งค่า
ทองคำปิดร่วง 6.90$ หลังดอลลาร์ แข็งค่ารับจีนประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทองคำปิดร่วง 6.90 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังดอลลาร์แข็งค่า ขานรับรัฐบาลจีนเตรียมประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปิดที่ 906.70 ดอลลาร์
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดที่ 906.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 6.90 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 923.70-900.40 ดอลลาร์
แรนดี เฟรเดริค นักวิเคราะห์จาก Charles Schwab ในกรุงนิวยอร์กกล่าวว่า "ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กร่วงลงสวนทางกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นๆที่ พุ่งสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากนักลงทุนบางกลุ่มมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนอาจยังไม่มาก พอที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจทั่วโลกได้"
สื่อมวลชนทั่วโลกนำเสนอข่าวที่ว่ารัฐบาลจีนอาจเพิ่มงบประมาณอีก 4 ล้านล้านหยวน หรือ 5.85 แสนล้านดอลลาร์ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพทางสังคม ซึ่งครอบคลุมถึงการสนับสนุนโครงการก่อสร้าง
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มสดใส โดยนักวิเคราะห์ในโพลล์บลูมเบิร์กคาดว่า ราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 และมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์/ออนซ์ไปอีกระยะหนึ่ง
โดยเนื่องจากนักลงทุนยังคงมองว่าทองคำเป็นแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัยในยามที่ตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดตัวลง
โดย Mboy เวลา 09:42 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ทองคำ
